2)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2023 ด้านเทคโนโลยี

 

  

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (อายุ 63 ปี)

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

 

1.  หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

 

1. ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

2. กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)

 

3. ประธานกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

4. แพทย์และอาจารย์แพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาวิชาโรคหัวใจ (Cardiology) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

 

 

2. ประวัติการศึกษา

 

·      แพทย์เฉพาะทาง-การสวนหัวใจเพื่อวินิจฉัยและรักษา Hospital of the Good Samaritan Los Angeles, Los Angeles, California, United State of America (พ.ศ. 2535)

 

·      แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ Kaiser Permanente Medical Center, Los Angeles, California, United States of America (พ.ศ. 2534)

 

·      แพทย์ประจำบ้าน Los Angeles Country University of Southern California Medical Center, Los Angeles, California, United State of America (พ.ศ. 2531)

 

·      แพทย์ฝึกหัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

·      ปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2526)

 

·      ประกาศนียบัตรโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) Director Accreditation Program (DAP) รุ่น 145/2018

 

 

 

3. ประวัติการทำงาน

 

ประวัติรับราชการ

 

·      รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

·      แพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

·      อาจารย์สอนนักเรียนแพทย์ สาขาวิชาโรคหัวใจ (Cardiology) แพทย์ประจำบ้าน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

·      แพทย์โรคหัวใจ ได้รับวิทยฐานะ American Board, Kaiser Permanente Medical Center, Los Angeles, California, United States of America

 

·      พ.ศ. 2535-ปัจจุบัน : แพทย์และอาจารย์แพทย์ สาขาวิชาโรคหัวใจ (Cardiology) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

·      ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากรบรรยายพิเศษในการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดง โรคหัวใจ

 

·      ผู้เขียนบทความทางวิชาการและบทความด้านสุขภาพ เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดง โรคหัวใจ

 

 

 

ประวัติการทำงานด้านการเมือง

 

·      พ.ศ. 2558-2562  ประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

·      พ.ศ. 2557-2562  สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

·      พ.ศ. 2557-2562  กรรมการ คณะกรรมาธิการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

·      พ.ศ. 2557-2562  กรรมการ คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

 

 

ประวัติการทำงานในภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสังคม

 

·      พ.ศ. 2564-ปัจจุบัน  กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

 

·      พ.ศ. 2565-ปัจจุบัน ประธานกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อ   ประโยชน์สาธารณะ

 

·      พ.ศ. 2563-ปัจจุบัน  กรรมการ องค์การเภสัชกรรม

 

·      พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน  กรรมการอิสระ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

·      พ.ศ. 2561-ปัจจุบัน  กรรมการอิสระ ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน, บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า

 

·      พ.ศ. 2562-2563  รองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ, บมจ. สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์

 

·      พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน  กรรมการ บริษัท พฤกษ์สุขสบาย จำกัด

 

·      พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน  กรรมการ บริษัท สรณ คาร์ดิโอโลยี่ แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด

 

·      พ.ศ. 2535-ปัจจุบัน  แพทย์สาขาวิชาโรคหัวใจ คณะแพทย์ศาสตร์, โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

·      แพทย์อายุรศาสตร์โรคหัวใจ มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

·      แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และการสวนหัวใจเพื่อการรักษาโดยเฉพาะการขยายหลอดเลือดหัวใจ สถาบันหัวใจและหลอดเลือดพระรามเก้า โรงพยาบาลพระรามเก้า

 

·      สมาชิกสมาคมโรคหลอดเลือดแดงแห่งประเทศไทย

 

 

 

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

 

·      ในฐานะแพทย์และอาจารย์แพทย์ - ผลักดันให้ผู้ป่วยทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยทุกพื้นที่ ได้ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีอย่างแท้จริง ช่วยให้คนไทยต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บด้วยเทคโนโลยี Smart Hospital

 

·      ในฐานะประธาน กสทช. - จะทุ่มเททำงานเต็มความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักธรรมาภิบาล โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อบริหารคลื่นความถี่ ส่งเสริมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ

 

 

 

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

 

·      ได้ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่การทำงานในฐานะแพทย์มาโดยตลอด และการทำงานในฐานะประธาน กสทช. เพื่อสนับสนุนและยกระดับกิจการการสื่อสารของคนไทยเพื่อพี่น้องชาวไทยทุกคน

 

 

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

การสร้างเทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีที่สุด เพื่ออนาคตของคนไทยทุกคน

 

 7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

 

       ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นต้นมา ท่านเป็นคนแรกจากวงการแพทย์-สาธารณสุข ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ด้วยคุณสมบัติ เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ เพื่อมากำหนดทิศทางหรือเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

 

ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้เคยแสดงวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ประธาน กสทช. ไว้ก่อนที่จะรับตำแหน่งว่า “ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจได้รับเลือกเป็นประธาน ทางคณะกรรมการเชื่อว่าจะพัฒนาศักยภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสาร และกิจการโทรทัศน์และกระจายเสียงของประเทศ ให้ไปสู่ยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อขยายขีดความสามารถของสังคมผ่านการพัฒนาไปควบคู่กับการแข่งขันที่เท่าเทียม” โดยในช่วงที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ท่านได้นำนโยบายสำคัญขององค์กรมาดำเนินการได้สำเร็จ ดังนี้

 

 1. การปลดล็อกให้มีการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค ให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่านมีความคิดเห็นว่า ความต้องการควบรวมกิจการนั้นเป็นเรื่องความอยู่รอดของเอกชน ในกรณีทรูและดีแทคนั้น ถ้ารวมกันแล้วจะทำให้แข่งขันได้แข็งแรงขึ้น เมื่อท่านได้ศึกษาตัวบทกฎหมายพบว่าบอร์ด กสทช. ไม่มีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่อนุญาต เพราะการควบรวมกันเป็นกิจกรรมของเอกชนในตลาดเสรี ซึ่งท่านคิดว่า เรื่องนี้ผมไม่ได้คิดเอง มีการส่งคำถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ตีความว่าจะพิจารณากรณีทรูควบรวมดีแทคโดยใช้ประกาศฉบับใด ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นกลับมาว่าให้ใช้ประกาศปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด กำหนดขอบเขตอำนาจ กสทช.ทำได้เพียงรับทราบและกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น  “ผมไม่ได้มองว่าเป็นการใช้อำนาจ ผมมองว่าเป็นหน้าที่ มองว่าบอร์ดต้องตัดสินใจ ผมต้องกล้าวินิจฉัยชี้ขาด นี่คือหน้าที่ของประธาน ซึ่งต้องยึดหลักกฎหมาย เราใช้เวลากับเคสนี้มานานแล้ว ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบครอบคลุมทุกด้าน ถึงเวลาก็ต้องตัดสินใจ” อย่างไรก็ตาม การรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค โดยให้กำหนดเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและการพัฒนากิจการโทรคมนาคม อาทิเช่น กำหนดให้ทรูและดีแทคต้องลดราคาลง แยกกันทำตลาด ไม่ให้รวมแบรนด์ ไม่ให้รวมคลื่น และต้องสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อยอย่าง MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ด้วย

 

2. การผลักดันให้บอร์ดชุดนี้เดินหน้าประมูลชุดความถี่ดาวเทียมครั้งแรกของประเทศได้สำเร็จ จากที่เคยเลื่อนไป 2-3 ครั้ง การประมูลสำเร็จช่วยให้มีการนำคลื่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ มิเช่นนั้นจะต้องคืนคลื่นความถี่กลับไปให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) เพื่อนำไปจัดสรรให้ประเทศอื่นที่ต้องการใช้งานต่อไป

 

3. การผลักดันให้บอร์ดชุดนี้ให้ความเห็นชอบการใช้งานแบบไม่ต้องขอใบอนุญาต (Unlicensed) ความถี่ย่าน WiFi 6E ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยขยายคลื่นความถี่ เพิ่มปริมาณแบนด์วิธ รับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้น ความหน่วงต่ำ รองรับการใช้งานในอนาคต ซึ่งขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีนำไปใช้ในการสอนผ่าศพ ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต

 

 อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ประธาน กสทช. นั้น มีอุปสรรคมากมายซึ่งอาจทำให้การขับเคลื่อนนโยบายภายใต้บอร์ดชุดนี้ ทำได้เพียง 50% เท่านั้น กรณีล่าสุด การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ที่ว่างเว้นมานานเกือบ 3 ปี คราวนี้ผมถูกกล่าวหาว่ารวบอำนาจ ผมยืนยันว่าการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. เป็นอำนาจของประธานภายใต้ความเห็นชอบจากกรรมการ เป็นไปตามกฎหมายมาตรา 60 และ 61 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ปัญหาและอุปสรรคในพิจารณาของบอร์ดส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก การตีความกฎหมายที่ไม่ตรงกัน บางครั้งใช้กฎหมายคนละฉบับ หลายเรื่องฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กสทช. ไม่สามารถหาข้อยุติและชี้ชัดอีกต่อไป ต้องส่งไปให้คนกลางอย่างคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ทำให้กระบวนการตัดสินใจล่าช้าไปมาก

 

ความยากง่ายของการเป็นประธาน กสทช. กับการเป็นแพทย์นั้น ผมขอตอบว่าเป็นงานที่ไม่คุ้นชินดีกว่า แต่ที่ทำให้ยากเพราะเป็นงานที่ผมไม่สามารถชักจูงใจหรือทำให้คนเห็นพ้องกับผมได้โดยง่าย ตอนเป็นหมอทุกอย่างดูง่าย โดยเฉพาะการพูดชักจูงใจคนให้เชื่อมั่นในตัวเรา

 

 สิ่งที่อยากจะเดินหน้าต่อในระยะ 5 ปี ได้แก่  

 

1.  หาจุดสมดุลในการทำงานร่วมกันกับบอร์ดท่านอื่น ผมมองว่าบอร์ด กสทช. สามารถทำประโยชน์ให้เกิดแก่สาธารณชนได้มาก ยกตัวอย่างเช่น การนำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมไปพัฒนาให้เกิดบริการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติม การบริหารจัดการการเงินของสำนักงาน กสทช. ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหารายได้ลดต่ำลงเรื่อยๆ ล่าสุดลดลงราว 10%

 

2.  การกำกับดูแลบริการ OTT (Over the Top) โดยเฉพาะบริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง ซึ่งยังไม่มีการกำกับดูแลด้านเนื้อหา จะต้องมีการผลักดันกฎหมายใหม่ขึ้นมา และต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปริดรอนสิทธิประชาชน

 

3.  การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร โครงสร้างเดิมมี 6 สายงาน 1. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ 2. สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร 3. สายงานบริหารองค์กร 4. สายงานวิชาการ 5. สายงานกิจการภูมิภาค และ 6. สายงานกิจการโทรคมนาคม แต่เดิมทุกสายงานจะมีสำนักคอยทำแผน ก็รวมกันเป็นสายงานเดียว จึงต้องปรับและเปลี่ยนเนื้องาน มีการเพิ่มสายงานใหม่รวมเป็น 8 สายงาน มีรองเลขาธิการ 8 คน และปรับลดผู้เชี่ยวชาญลง เพื่อควบคุมงบประมาณ”  

 

แนวคิดในการปรับโครงสร้างองค์กรของ ศ.คลินิก นพ.สรณ เน้นต้องมีเสียงที่เป็นเอกฉันท์ร่วมกัน เช่น การเพิ่มสายงานวิชาการเข้ามาในสำนักงานก็เพราะทุกคนเห็นชอบ และเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมีผลต่อพนักงานทุกระดับ จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรใช้หลักเสียงข้างมากอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นก็จะมีการเสนอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้เรื่อยๆ จึงไม่ควรทำภายใต้คณะทำงาน แต่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนภายใต้คณะอนุกรรมาธิการการบริหารงานบุคคล และคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย โดยคำนึงถึงสภาพปัจจุบันของ กสทช. ที่มีรายได้ลดลง และจะลดลงเรื่อยๆ เพราะการใช้บริการโทรคมนาคมในส่วนของเสียงและข้อความลดลง

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 

8.1 ความภาคภูมิใจ

 

· อัสสัมชนิกดีเด่น ประจำปี 2560

 

· ต้นแบบแห่งความสำเร็จ ประจำปี พ.ศ. 2566 รางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬาฯ ต้นแบบแห่งวงการแพทย์ MDCU (The Medial Icons Awards Ceremony)

 

8.2 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

 

    พ.ศ. 2558 – มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

 

มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถานที่ติดต่อ :

288/52 อาคารมูลนิธิ มสวท. ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220

Tel. +66(0) 2552-5200 Fax. +66(0) 2551-4422 Email : thaifstt@gmail.com 

Copyright © 2008-2015 หากมีปัญหาในการรับชมกรุณาติดต่อ Webmaster ที่ admin@thaifstt.org