5)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านเด็กและเยาวชน

 

  

ศ. คลินิกพิเศษ นายแพทย์เสรี ตู้จินดา (อายุ 82 ปี)

 ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

  

1. หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

    1. อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

    2. คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    3. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ มหาวิทยาลัยมหิดล

    4. ที่ปรึกษา คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลด้านการตลาด ระดมทุน และการบริหารสินทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    5. กรรมการผู้้ทรงคุณวุฒิ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    6. กรรมการอาหาร สำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

    7. ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

    8. ที่ปรึกษา สำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

    9. ประธานอนุกรรมการพัฒนาบริการทางการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

    10. อนุกรรมการโรคไต กองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

    11. ประธานกรรมการมูลนิธิ โรงพยาบาลเด็ก

    12. กรรมการมูลนิธิ มหาวิทยาลัยมหิดล

    13. กรรมการอิสระ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต

    14. ประธานกรรมการตรวจสอบ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต

    15. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โรงพยาบาลไทยนครินทร์

  

2. ประวัติการศึกษา

 ·     พ.ศ.2510  ปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ.2512  ปริญญาโท ประกาศนียบัตรทางคลินิกชั้นสูง สาขากุมารเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ.2514  ปริญญาเอก วุฒิบัตรผู้ชำนาญการ สาขากุมารเวชศาสตร์ แพทยสภา

 ·     พ.ศ.2517  ประกาศนียบัตร สาขาประสาทวิทยาเด็ก คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ.2519  ประกาศนียบัตร สาขาประสาทวิทยา โรงพยาบาลประสาท กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ.2528  แพทยศาสตร์ศึกษา หลักสูตรวิทยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 ·     พ.ศ.2533  ระบาดวิทยา สำหรับงานโรคไม่ติดต่อ กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ.2534  การบริหารจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 ·     พ.ศ.2537  Mini MBA in Health จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 ·     พ.ศ.2537  นักบริหารระดับสูง (รุ่น 10) กระทรวงสาธารณสุข

 ·     พ.ศ.2538  วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปรอ. 377) กองบัญชาการทหารสุงสุด กระทรวงกลาโหม

 ·     พ.ศ.2559  Director Accreditation Program class Thai Institute of Directors

 ·     พ.ศ.2562  ปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชีวเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

3. ประวัติการทำงาน

 ·     พ.ศ. 2515  นายแพทย์โท โรงพยาบาลหญิง กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2518  นายแพทย์ 6 ฝ่ายอายุรกรรม โรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2524  ผู้ชำนาญการพิเศษ นายแพทย์ 6 ฝ่ายอายุรกรรม โรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย

 ·     พ.ศ. 2528 ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชกรรม (นายแพทย์ 8) ฝ่ายอายุรกรรม โรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2535 ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเวชกรรม สาขากุมารเวชกรรม (นายแพทย์ 9) กลุ่มงานเวชกรรม โรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2538 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2539 นายแพทย์ 10 ด้านเวชกรรม สาขากุมารเวชกรรม กลุ่มงานเวชกรรม โรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2539 รองอธิบดี (นักบริหาร 9) กรมการแพทย์

 ·     พ.ศ. 2540 ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 ·     พ.ศ. 2541 รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นักบริหาร 10 บส.) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 ·     พ.ศ. 2543-2547 อธิบดีกรมการแพทย์ (นักบริหาร 10 บส.) กรมการแพทย์

 

การดำรงตำแหน่งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม

 ·     ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ ในหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์แผนไทย เป็นต้น

 ·     ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการในหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ สำนักงานประกันสังคม

 ·     คณะกรรมการดำเนินงานและพิจารณาทุนต่างๆ ของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย

 ·     ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก, รองประธานกรรมการมูลนิธิชัยนาทนเรนทร, กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์,  กรรมการมูลนิธิสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย กรมการแพทย์, กรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     สำนักแพทย์ประจำพระองค์ : แพทย์ประจำพระองค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, แพทย์ประจำขบวนเสด็จ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, แพทย์ประจำขบวนเสด็จ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 ·     ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข, ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข, ประธานกรรมการตรวจสอบ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต, กรรมการอิสระ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โรงพยาบาลไทยนครินทร์

 ·     ฯลฯ

 

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

·     มุ่่งยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้ได้มาตรฐานสากล เท่าเทียม และเข้าถึงได้ทั่วถึง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมความเสมอภาคด้านสุขภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินงานด้วยความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย มาตรฐาน และนวัตกรรมทางการแพทย์ พัฒนาบุคลากร เสริมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

 

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

 ·      ความสำเร็จในชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าคือการมีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานด้านสาธารณสุขของประเทศ ครอบคลุมทั้งงานวิจัย การแพทย์ การฝึกอบรมบุคลากร และการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ตลอดจนการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ และมูลนิธิ เพื่อยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ อีกทั้งได้รับเกียรติปฏิบัติหน้าที่ถวายงานด้านการแพทย์ในสมเด็จพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตการทำงาน

 

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 ·      ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้แข่งขันได้ในเวทีโลก การวิจัยและนวัตกรรมต้องตั้งอยู่บนความถูกต้องทางวิชาการ จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะเดียวกัน ต้องเปิดกว้างต่อความร่วมมือระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมไทยอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าเห็นว่าภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และชุมชนต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นพลังสร้างความเท่าเทียม ความยั่งยืน และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

 

7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

 · ข้าพเจ้าได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการที่่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเป็นประธานและกรรมการในมูลนิธิด้านการแพทย์และการสาธารณสุขหลายแห่ง เพื่อสนับสนุนการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยด้อยโอกาส การจัดโครงการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนเมือง การรณรงค์และประชุมวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวทางป้องกันโรคสำคัญ การสนับสนุนทุนวิจัยและทุนการศึกษาแก่บุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ ตลอดจนการทำงานบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

 · สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก เป็นสถาบันที่ให้บริการ การผ่าตัดโรคทางศัลยกรรมเด็กมากที่สุดในประเทศ  โดยทั่วไปคนจะคิดว่าเด็กไม่ต้องผ่าตัดอะไร แต่ในความเป็นจริงเด็กก็มีการเจ็บป่วยเป็นโรค ที่ต้องทำผ่าตัด หรือรอไม่ได้ในนาทีฉุกเฉิน เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ จากสถิติของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ผู้ป่วยเด็กศัลยกรรมทั่วไป (Pediatric surgery patients) เป็นผู้ป่วยที่มีโรคพิการแต่กำเนิดที่ป่วยเป็นโรคยุ่งยากซับซ้อนจำนวนมาก กลุ่มงานศัลยศาสตร์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รับรักษาผ่าตัดผู้ป่วยเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 15 ปี โรคต่อเนื่องจนถึงอายุ 18 ปี แบ่งเป็นตรวจรักษา ติดตามอาการผู้ป่วยนอกปีละเกือบ 10,000 ราย และผ่าตัดผู้ป่วยปีละ 1,700 ราย โดยประมาณ 1,000 รายเป็นทารกแรกเกิดที่เกิดมามีความผิดปกติของร่างกาย  ได้แก่  1. กลุ่มโรคความพิการแต่กำเนิด เช่น ท่อปัสสาวะเปิดต่ำ หลอดอาหารหรือลำไส้ตีบตัน ภาวะผนังหน้าท้องไม่ปิดแต่กำเนิดชนิดมีลำไส้ออกมานอกช่องท้อง โรคไม่มีรูทวารหนัก ไส้เลื่อน อัณฑะไม่ลงถุง เป็นต้น 2. กลุ่มโรคเนื้องอกและมะเร็ง เช่น มะเร็งไต มะเร็งต่อมหมวกไต มะเร็งตับ และมะเร็งรังไข่และอัณฑะ เป็นต้น 3. กลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อักเสบอย่างรุนแรงในทารกแรกเกิด และตับอ่อนอักเสบ 4. กลุ่มโรคอื่นๆ เช่น ลำไส้อุดตันจากลำไส้กลืนกัน 5. อุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเด็ก การกลืนกินสารเคมีอันตราย โดยที่ผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 เป็นกลุ่มโรคความพิการแต่กำเนิด ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก และบางรายอาจต้องผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง ในการรักษาความพิการแต่กำเนิดเหล่านี้เพื่อให้รูปร่างทางกายวิภาค การทำงานและใช้งานของอวัยวะต่างๆหายเป็นปกติหรือใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด ทางศัลยแพทย์จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคการผ่าตัด เครื่องมือเทคโลโนยีขั้นสูงในการผ่าตัดผู้ป่วย รวมทั้งห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนเหล่านี้  โรคเหล่านี้ มักเกิดในกลุ่มประชากรยากจน ด้อยโอกาส การรักษาพยาบาลที่เหมาะสม รับโอกาสเข้ารับการผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูสภาพระยะยาว สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านี้ดีขึ้น

 · แม้ปัจจุบัน ศ.คลินิกพิเศษ นพ.เสรี ตู้จินดา จะเกษียณอายุมานานแล้ว แต่ก็ยังเสียสละอุทิศตนช่วยเหลืองานให้กับหน่วยงานภาครัฐต่างๆในฐานะประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพ และองค์กรการกุศลสาธารณะต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงแรงงาน กรมการแพทย์ โรงพยาบาลเด็ก กระทรวงสาธารณสุข แพทยสมาคม มูลนิธิ ฯลฯ โดยท่านมีผลงานที่โดดเด่นด้านเด็กและเยาวชนในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ที่เป็นศูนย์กลางในการริเริ่มโครงการช่วยเหลือเด็กเจ็บป่วยที่ด้อยโอกาสในการรักษาพยาบาล โดยระดมเงินบริจาคจากทุกภาคส่วนเพื่อเป็นทุนในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ การปรับปรุงสถานที่สำหรับรักษาผู้ป่วยเด็ก การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดผู้ป่วยเด็กที่เจ็บป่วยเป็นโรคที่ต้องทำการผ่าตัด ฯลฯ

 · เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันโครงการ “เด็กแรกเกิดต้องรอด” ในปี พ.ศ. 2564  โครงการที่เน้นทารกแรกเกิด รอดชีวิตจากภาวะติดเชื้อโดยการขยายห้อง ICU ที่มีความดันลบ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในช่วงโควิดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและรักษาทารกได้ปลอดภัยขึ้น

 · เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันโครงการ “หยุดลมชัก ให้ชีวิตได้ไปต่อ” ในปี พ.ศ. 2565 โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก จะระดมทุนทางสื่อออนไลน์ นำไปเป็นค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และการตรวจพิเศษที่อยู่นอกเหนือสิทธิการรักษา เช่น ค่าตรวจ PET scan และค่าเครื่องกระตุ้นเส้นประสาท VNS เพื่อช่วยเหลือเด็กโรคลมชักดื้อยาและครอบครัวที่มีปัญหาด้านการเงิน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายนอกเหนือสิทธิการรักษา

 · เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดัน โครงการ “หนึ่งหัวใจ สู่ชีวิตใหม่” ในปี พ.ศ. 2567 สนับสนุนการรักษาเด็กที่ป่วยเป็นโรคที่มีความผิดปกติตั้งแต่เกิด กลุ่มเนื้องอก มะเร็ง ภาวะฉุกเฉิน ฯลฯ ผ่านกองทุน “อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ” เพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัด ถือว่าเป็นผลงานที่สำคัญมากในการพัฒนาการรักษาเด็กให้มีคุณภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น

 · เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดัน โครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระยะวิกฤติอีกมากมาย

 

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 8.1 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

 ·     เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

 ·     เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ

 ·     เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

 ·     เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้น 3

 8.2 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 1. ได้มีโอกาสถวายงานในฐานะแพทย์ สำนักแพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที 9), สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

 2. ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

 3. ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้น 3

 4. ได้รับปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ ์ สาขาชีวเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 5. ได้รับรางวัล พ่อดีเด่นแห่งชาติ

 6. รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี พ.ศ. 2549 สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล

 7. รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2545 สาขาบริการสังคม สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล

 8. นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2547

 9. นายกกิติมศักดิ์ สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

4)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านสังคม

 

  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (อายุ 59 ปี)

 ต้นแบบการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและสิ่งแวดล้อม

 

1. หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

    1. อาจารย์สอนประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    2. รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     3. ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลชั้นนำของประเทศไทย

     4. นักอนุรักษ์และนักสื่อสารมวลชนด้านการอนุรักษ์ทะเลและสิ่งแวดล้อมไทยตัวยง

2. ประวัติการศึกษา

·     พ.ศ. 2532  ปริญญาตรี วท.บ. (วิทยาศาสตร์ทางทะเล) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

·     พ.ศ. 2534  ปริญญาโท วท.ม. (วิทยาศาสตร์ทางทะเล) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

·     พ.ศ. 2539  ปริญญาเอก Ph.D. (Marine Science) สถาบัน James Cook University ประเทศออสเตรเลีย

 

3. ประวัติการทำงาน

 ·     พ.ศ. 2538–ปัจจุบัน  อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 ·     พ.ศ. 2547–2548  รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์

 ·     พ.ศ. 2550–2553  รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 ·     พ.ศ. 2553–2557  หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 ·     พ.ศ. 2557-2558 สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ตำแหน่งทางวิชาการ)

 ·     พ.ศ. 2558–ปัจจุบัน  รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 ·     พ.ศ. 2540–ปัจจุบัน นักมีนวิทยา นักสมุทรศาสตร์ นักอนุรักษ์ นักวิชาการ นักเขียน และนักสื่อสารมวลชนด้านการอนุรักษ์ทะเลและสิ่งแวดล้อมไทยตัวยง

  

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

 ·     อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นถ้าเก่งและทุ่มเทพอ

 

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

 ·     สำเร็จตั้งแต่ตอนอายุ 35 ปี อยู่ได้นานในความสำเร็จ

 

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 ·     วิทยาศาสตร์พาโลกมาในจุดที่ย่ำแย่ แต่วิทยาศาสตร์ก็จะพาเราออกไปจากจุดนี้

  

7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

·     ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นผู้เชี่ยวด้านนิเวศทางทะเลและสิ่งแวดล้อม ผู้เสียสละอุทิศตนทั้งชีวิตเกือบ 30 ปี ให้กับการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย หลังจากเรียนจบปริญญาเอกที่ JAMES COOK UNIVERSITY ประเทศออสเตรเลีย ก็ได้เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ประจำ ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมในวงกว้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา อีกทั้งยังได้รับรางวัลมากมายในฐานะนักขับเคลื่อนแนวคิดในการอนุรักษ์ท้องทะเล นักวิชาการ นักวิจัย นักสื่อสารสาธารณะ และมีบทบาทในเชิงนโยบาย สามารถเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์กับการปฏิบัติให้เกิดผลจริง,  มีวิสัยทัศน์ระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คิดถึงผลกระทบใน 10 ปี 25 ปี 40 ปี เช่น โลกร้อน การฟื้นฟู แนวทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ฯลฯ และที่สำคัญมีความกล้าแสดงความเห็นในเรื่องที่อาจไม่เป็นที่นิยม เช่น การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในอุทยานทางทะเล การคัดค้านโครงการที่อาจทำลายหาดหรือโครงสร้างธรรมชาติ เช่น ผนังกันคลื่น ฯลฯ

 ·     แรงบันดาลใจในการทำงานด้านอนุรักษ์ท้องทะเล ของ ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สืบเนื่องจากการเติบโตในครอบครัวที่บิดา ((ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร. เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์) อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ในสมัยรัฐบาล ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี) เป็นประธานกรรมาธิการอุทยานแห่งชาติ และการติดตามบิดาไปเปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเลตั้งแต่เด็ก ทำให้ชื่นชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับทะเล ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเคยทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยให้กับ ผศ.ดร. สุรพล สุดารา ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลผู้บุกเบิกการศึกษาทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจารย์บอกให้ผมไปพูดเรื่อง “โลกร้อน” ในที่ต่างๆ ทั้งที่ยุคนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต การหาข้อมูลต้องใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ ผมต้องอ่านและแปลภาษาอังกฤษเพื่อไปพูดให้คนอื่นฟัง ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครรู้จักคำว่าโลกร้อน จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ที่ทุกชีวิตบนโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ·     การทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในช่วงแรกๆเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก เพราะผู้คนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ยังไม่ใส่ใจในเรื่องโลกร้อน มองเป็นเรื่องไกลตัว ผมไม่รู้สึกท้อ มันเป็นนิสัยด้วย อย่างแรกคือผมเป็นคนที่ปักใจ เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก เพราะฉะนั้นเมื่อผมเชื่อตัวเองแล้วจะไม่มีคำว่า “ท้อ” ท้อไม่ได้ ถ้าท้อแล้วเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมานั้นผิดมาตั้งแต่ต้น ผมไม่มีแม้แต่จะคิด คือ ถ้าคิดมันผิดกับตัวเอง มันทรยศตัวเอง ผมไม่เคยคิดถึงมันเลย ไม่มีท้อ ตอนเรียนปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย มีคนจ้างให้ผมทำงานเป็น Project Management ของ Great Barrier Reef Marine Park (แนวปะการังนอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศออสเตรเลีย) ทำเรื่องของ Remote sensing สำรวจแผนที่ปะการัง ผมทำเป็นคนแรกของประเทศไทยและไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียในเรื่องนี้ พอผมทำโปรเจกต์จบเขาก็อยากจ้างผมต่อ ผมบอกเขาว่า “ผมไม่อยู่ประเทศคุณแน่ เพราะประเทศที่เหมาะสมกับนักสิ่งแวดล้อมมากที่สุดนั้น ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่ากับประเทศที่ผมจากมาและกำลังจะกลับไป นั่นคือ ประเทศไทย” ไม่ใช่ความสำนึกรักบ้านเกิดอะไรนะครับ แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือปัญหามันเยอะดี… เปรียบเสมือน นักข่าวสงครามไปอยู่ในประเทศที่สุขสงบแล้วมันจะทำข่าวอะไร ผมบอกนักศึกษาทุกคนว่าอาชีพที่ดีที่สุดคือ “นักสิ่งแวดล้อม” เพราะประเทศนี้มันพินาศย่อยยับด้านสิ่งแวดล้อม ขนาดเพื่อนผมที่อยู่ออสเตรเลียยังอยากกลับมาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เมืองไทยเลย เพราะปัญหาเยอะดี อยู่ที่ออสเตรเลียเหงามาก แต่ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้วเพราะเริ่มมีปะการังฟอกขาวให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ

·     ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้สร้างผลงานด้านการอนุรักษ์ทะเลและสิ่งแวดล้อมไว้มากมาย ผลงานที่โดดเด่นและมีผลกระทบสำคัญ ได้แก่

o  พีพีโมเดล” (Phi Phi Model) ป็นต้นแบบของแผนปฏิรูปทรัพยากรทางธรรมชาติ เพื่อพลิกฟื้นทะเลเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล เริ่มด้วยการวางยุทธศาสตร์เพื่อจัดการอุทยานทางทะเล โดยมีการปิด “เกาะยูง” ตั้งแต่ ต.ค. 2558 เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว และขยายไปยัง “เกาะตาชัย” และ “อ่าวมาหยา” ในปี 2561 เป็นต้นมา

 o  การผลักดันสัตว์ทะเลสงวน  ด้วยการยกระดับสัตว์ทะเลให้เป็นสัตว์สงวนและสัตว์คุ้มครองหลายครั้ง โดยในปี 2558 ได้ร่วมกับ สปช. ผลักดัน 4 ชนิด คือ วาฬบรูด้า, วาฬโอมูระ, เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ ให้เป็นสัตว์สงวน โดยนำเสนอต่อกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จนประสบความสำเร็จ และในปี 2564 ได้ผลักดัน โลมาอิรวดี ให้เป็นสัตว์สงวนเช่นกัน รวมถึงเคยผลักดันให้ ม้าน้ำ เป็นสัตว์คุ้มครองเพื่อควบคุมการค้าขายผิดกฎหมาย

o  รณรงค์เรื่องขยะทะเล / พลาสติก รณรงค์ให้ทุกคนช่วยลดขยะทะเล โดยเน้นย้ำว่าปัญหาไมโครพลาสติกเป็นภัยต่อสุขภาพมนุษย์ และการช่วยลดการใช้พลาสติก เช่น การพกถุงผ้า ลดการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ที่ใช้กล่องพลาสติก การใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทน และการทิ้งขยะให้ถูกที่ จะช่วยลดปัญหาขยะทะเลที่กำลังสะสมในไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเรียกร้องให้มีกฎหมายจัดการขยะพลาสติก, ลดขยะจากแหล่งกำเนิด, รณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงปัญหาขยะทะเล 

o  เตือนภัยเรื่องโลกร้อน / ฟอกขาวปะการัง  ผศ.ดร. ธรณ์ มักใช้บทบาทสื่อสารให้สังคมเข้าใจผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เช่น coral bleaching, อุณหภูมิน้ำทะเลสูง ฯลฯ  ให้กลายเป็นเรื่องสาธารณะที่คนพูดถึงมากขึ้น มีการตื่นตัวในระดับประชาชนและเด็ก ไม่ใช่แค่เฉพาะวงการวิชาการ

o  จำกัดนักท่องเที่ยวในอุทยานทางทะเล ผศ.ดร. ธรณ์ เสนอให้หน่วยงานรัฐมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในอุทยานทะเล เช่น “จำกัดผู้เยี่ยมชมอุทยานทางทะเลไม่เกิน 6 ล้านคน/ปี” เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศที่เปราะบางอันเกิดจากธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่มีการควบคุม ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมให้กลับมาสู่สภาพปกติ ฯลฯ 

o  บทบาทสื่อสาร / เขียนหนังสือ / ถ่ายทอดสู่สาธารณะ ผศ.ดร. ธรณ์ ได้เขียนบทความ หนังสือมากกว่า 100 เล่ม มีคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ สื่อสังคมออนไลน์ พอดแคสต์ ฯลฯ เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อมให้สาธารณะได้รับรู้ในวงกว้าง

o  นำเสนอเทคโนโลยี / งานวิจัยใหม่ๆ  ผศ.ดร.ธรณ์ ได้นำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ LiDAR เพื่อใช้วัดระยะหรือความสูงของพื้นผิว เพื่อนำมาใช้ศึกษาแนวปะการังครั้งแรกของไทย, การใช้โดรนกันน้ำสำรวจโคลนแนวตื้น, การ ใช้ RTK‑GNSS เพื่อทำแผนที่สามมิติของระบบชายฝั่งและทะเล ฯลฯ เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงที่แม่นยำขึ้น ฯลฯ

 

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ·     ภูมิใจในทุกรางวัล ภูมิใจสุดคือรางวัลศิษย์เก่าเกียรติยศจากโรงเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยในประเทศ และในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ถือว่าครบตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับปริญญาเอก ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง

 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ·     พ.ศ. 2559 - รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี 2559 จากผลงานการเป็นผู้สื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทะเลและมหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง

 ·     พ.ศ. 2562 - Explorer Awards 2019 จากนิตยสาร National Geographic Thailand

 ·     พ.ศ. 2562 - รางวัล GQ Men of the Year 2019 สาขา Inspiration จากการเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทะเล

 ·     พ.ศ. 2564 - Thailand Sustainability Shaper Award 2021 ของคณะกรรมการตัดสินรางวัลแห่งความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 ·     พ.ศ. 2565 - Alumni Social Empowerment Award 2022 - Australian Alumni Association

 ·     พ.ศ. 2567 - The People Awards 2024 “People Go Beyond” การอุทิศตนเพื่อการอนุรักษ์ทะเลไทย จากสื่อออนไลน์ The People 

3)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านสาธารณสุข

 

  

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิเศก ลุมพิกานนท์ (อายุ 72 ปี)

 ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาในเวทีนานาชาติ

 

1   หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

 1.  Technical advisor, Department of Sexual and Reproductive and Research, World Health Organization, Geneva, Switzerland, พ.ศ. 2530-ปัจจุบัน

 2.  Convenor, Cochrane Thailand พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน

 3.  Director, WHO Collaborating Centre for Research Synthesis in Reproductive Health พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน

 4.  Director, WHO Long Term Institutional Development (LID) Hub for Research Capacity strengthening in Reproductive Health for SEARO พ.ศ. 2560-ปัจจุบัน

 5.  ประธานกรรมการสอบสวนชุดที่ 3 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2564-ปัจจุบัน

 6.  ประธานอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ๗ ขอนแก่น พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน

 7.  กรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2567-ปัจจุบัน

 8.  Chair, Board of Directors, Concept Foundation พ.ศ. 2567-ปัจจุบัน

 9.  Immediate Past President, Asia Oceania Federation of Obstetrics and Gynecology, (AOFOG) พ.ศ. 2567-ปัจจุบัน

  

2. ประวัติการศึกษา

 ·     พ.ศ. 2513-2517  ปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ. 2513-2519  ปริญญาโท (เทียบเท่า) สาขาวิชาแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ. 2520-2523  วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา แพทยสภา

 ·     พ.ศ. 2525-2526  M.S. (Clinical Epidemiology) University of Pennsylvania

 ·     พ.ศ. 2549-2550  ปริญญาบัตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

 

3. ประวัติการทำงาน

 ·     พ.ศ. 2530-ปัจจุบัน  Technical advisor, Department of Sexual and Reproductive and Research, World Health Organization, Geneva, Switzerland.

 ·     พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน  Convenor, Cochrane Thailand

 ·     พ.ศ. 2548-2549  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

 ·     พ.ศ. 2552-2555  รักษาการผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 ·     พ.ศ. 2552-2556  คณบดีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 ·     พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน  Director, WHO Collaborating Centre for Research Synthesis in Reproductive Health

 ·     พ.ศ. 2559-2561  ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

 ·     พ.ศ. 2560-ปัจจุบัน  Director, WHO Long Term Institutional Development (LID) Hub for Research Capacity strengthening in Reproductive Health for SEARO ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสถาบันระยะยาว (LID Hub) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARO) ขององค์การอนามัยโลก

 ·     พ.ศ. 2563-2566  ประธานอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ๗ ขอนแก่น

 ·     พ.ศ. 2564-ปัจจุบัน  ประธานกรรมการสอบสวนชุดที่ ๓ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 ·     พ.ศ. 2565-2567  President, Asia Oceania Federation of Obstetrics and Gynecology

 ·     พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน  ประธานอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ๗ ขอนแก่น

 

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

 ·      ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน และพัฒนาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในเชิงคุณภาพ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทุ่มเททั้งกายและใจในการทำงาน ตรงต่อเวลา มีคุณธรรม จริยธรรม เมตตาธรรม มีกริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน 

 

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

·     ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิเศก ลุมพิกานนท์ เป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในวิชาชีพ ทางด้านวิชาการได้เป็นศาสตราจารย์ระดับ 11 ได้ทุนเมธีวิจัยอาวุโส และทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้ทุนวิจัยจาก World Health Organization, Rockefeller Foundation, IDRC, Pasteur Institute, The National Health and Medical Research Council of Australia, Welcome Trust, European Commission มีผลงานวิจัยเป็น top 2% ของโลก ทางด้าน Obstetrics and Gynecology มี h-index = 55 มี citation = 18,992 ครั้ง (เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568) ได้รับเชิญเข้าร่วมทำวิจัยแบบ multicentre กับ World Health Organization หลายเรื่อง และได้รับเชิญให้เป็นประธานการประชุมเพื่อจัดทำ WHO Recommendations ในเรื่องสำคัญต่าง ๆ หลายครั้ง เช่น การคุมกำเนิด การดูแลผู้ตั้งครรภ์ การป้องกันและการรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด การลดการผ่าตัดคลอดที่ไม่จำเป็น และการดูแลระหว่างคลอด และยังได้ทำให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น WHO Collaborating Centre for Research Synthesis in Reproductive Health และ Cochrane Thailand ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยาสาขาแพทยศาสตร์ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตเมื่อวันที 15 กุมภาพันธ์ 2564 ได้รับพระราชทานเหรียญรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมด้านวิชาการ พ.ศ. 2566 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 และได้รับรางวัลสูตินรีแพทย์ดีเด่นจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567

 ·     ในด้านการบริหารเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ผู้ช่วยคณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในห้วงเวลาที่เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เจรจากับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอที่ดินของสำนักงานน้ำบาดาล เขต 4 ขอนแก่น จำนวน 24 ไร่ เพื่อขยายการบริการของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้สำเร็จ และยังได้นำโครงการศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent Centre) ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์เข้ารับหลักการ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานีได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังได้ผลักดันให้ปัญหาสุขภาพ 2 เรื่องที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ พยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี และภาวะขาดสารไอโอดีนโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

 ·     ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิเศก ลุมพิกานนท์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งถึงปัจจุบันเป็นประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยคนแรกและคนเดียว ที่ไม่ได้มาจากสถาบันในกรุงเทพมหานคร ในห้วงเวลาที่เป็นประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เสนอโครงการและลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการควบคุมและกำจัดมะเร็งปากมดลูก และการลดการผ่าตัดคลอดที่ไม่จำเป็น และกระทรวงสาธารณสุขได้รับทั้ง 2 เรื่องเป็นนโยบายที่สำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 ·     นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิเศก ลุมพิกานนท์ ยังได้รับเลือกให้เป็น President of Asia and Oceania Federation of Obstetrics and Gynecology (AOFOG) ตั้งแต่ 2565 ถึง 2567 AOFOG ดูแล 26 ประเทศในภูมิภาค Asia and Oceania ในเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ ในวันที่รับตำแหน่งนี้เมื่อ 26 พฤษภาคม 2565 ศาสตราจารย์ภิเศก ลุมพิกานนท์ ได้กล่าวใน Presidential speech ว่า AOFOG จะพยายามแก้ปัญหาที่สำคัญของภูมิภาค Asia and Oceania 4 เรื่องได้แก่ มะเร็งปากมดลูก การผ่าตัดคลอดที่ไม่จำเป็น การทำร้ายสตรีและเด็ก และภาวะโรคร้อน

 ·     ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมได้รับรางวัลแพทย์ต้นแบบของแพทยสภา และเกียรติบัตร จริยธรรมสรรเสริญของแพทยสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

 

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

·   วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของโลกยุคใหม่ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมและมีจริยธรรมกำกับควบคู่ไปด้วย ก็จะสามารถนำพาโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

  

7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

 ·     ให้ทุนการศึกษานักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ และนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปีละ 100,000 บาท ต่อเนื่องมา 10 ปี

 ·     บริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย

 ·     กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

  

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 8.1 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

 ·     พ.ศ. 2538 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

 ·     พ.ศ. 2541  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

 ·     พ.ศ. 2544  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

 ·     พ.ศ. 2547  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

 ·     พ.ศ. 2564  เหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์

 8.2 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ·     รางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี ค.ศ. 1989 Health Science Division, The Rockefeller Foundation, New York, USA

 ·     รางวัลผลงานวิจัยดีเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2540 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สภาวิจัยแห่งชาติ

 ·     รางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2540 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 ·     รางวัลนักวิจัยดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2541 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

 ·     รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2542 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     นักวิจัยดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 ·     ทุนเมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี พ.ศ. 2547

 ·     รางวัลผลงานวิจัยระดับชมเชย สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2548

 ·     รางวัลศิษย์เก่าแพทย์ดีเด่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ประจำปี พ.ศ. 2549

 ·     รางวัลศรีมอดินแดงสายผู้สอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พ.ศ. 2549

 ·     ทุนเมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยประจำปี พ.ศ. 2550

 ·     รางวัลผลงานวิจัยเด่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี พ.ศ. 2551

 ·     เกียรติบัตร จริยธรรมสรรเสริญ แพทยสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำปี 2551

 ·     รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2553

 ·     นักวิจัยระดับทอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2553

 ·     นักวิจัยระดับเพชร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2554

 ·     ทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ประจำปี พ.ศ. 2557

 ·     นักวิจัยเกียรติคุณสารสิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พ.ศ. 2557

 ·     แพทย์ต้นแบบ แพทยสภา ประจำปี พ.ศ. 2561

 ·     Fellow (ad eundem), Royal College of Obstetrics and Gynaecology, United Kingdom

 ·     เหรียญดุษฏีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาแพทยศาสตร์ ประจำปี 2563

 ·     รางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมด้านวิชาการ พ.ศ. 2566

 ·     Honorary Fellow, Philippine Obstetrical and Gynecological Society พ.ศ. 2567

 ·     รางวัลสูตินรีแพทย์ดีเด่นจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567

2)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านเทคโนโลยี

 

  

รองศาสตราจารย์ ดร. เสรี ศุภราทิตย์ (อายุ 65 ปี)

รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

 

1.  หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

1. รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

2. ประธานกรรมการบริหารและที่ปรึกษาด้านการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงภัยพิบัติ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา (Futuretales LAB by MQDC)

3. ผู้เชี่ยวชาญคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change)

4. ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต

5. กรรมการในคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

6. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

7. นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้สอน บรรยาย เผยแพร่ สร้างองค์ความรู้ และความตระหนักให้กับสังคมไทยเพื่อให้มีภูมิต้านทานจากภัยคุกคามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

2. ประวัติการศึกษา

·     ปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

·     ปริญญาโท วิศวกรรมชลศาสตร์และชายฝั่ง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย  M.Eng. (Water Resources Engineering) Asian Institute of Technology (AIT)

·     ปริญญาเอก วิศวกรรมชายฝั่ง D.Eng. (Coastal Engr.) Tohoku University, JAPAN

 

3. ประวัติการทำงาน

·       พ.ศ. 2534-2536  วิศวกรอาวุโส บริษัท ปตท. สำรวจและผลิต จำกัด

·       พ.ศ. 2535-2537  วิศวกรก่อสร้าง แหล่งน้ำมันบงกช บริษัท ปตท. สำรวจและผลิต จำกัด 

·       พ.ศ. 2540-2552  คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 

·       อดีตหัวหน้าหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยรังสิต และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม และผู้จัดการใหญ่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี 

·       พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต 

·       พ.ศ. 2543-2544 กรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา, กรรมการ และเลขานุการคณะอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

·       พ.ศ. 2545-2546 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

·       พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย 

·       พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน ได้รับเชิญเป็น Strategic Planning Group on Human and Environmental Hazards and Disasters ประจำภูมิภาค Asia and Pacific 

·       พ.ศ. 2549-2550 คณะกรรมการการประปานครหลวง  

·       พ.ศ. 2549-2550 ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

·       พ.ศ. 2551- 2553 ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี 

·       พ.ศ. 2554-2557 คณะกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ 

·       พ.ศ. 2558-2560 ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค 

·       พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน  Disaster expert, Asia & Pacific Planning group on Hazard and Disaster of ICSU 

·       พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 

·       พ.ศ. 2563-ปัจจุบัน  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ 

·       พ.ศ. 2565-ปัจจุบัน รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ 

·       พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน ประธานกรรมการบริหารและที่ปรึกษาด้านการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงภัยพิบัติ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา (Futuretales LAB by MQDC) และผู้เชี่ยวชาญคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) 

  

ความชำนาญพิเศษ

 ·   นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมภัยพิบัติต่างๆ ได้แก่ อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก พายุคลื่น สึนามิ การกัดเซาะ และการตกตะกอน สภาวะโลกร้อน แผ่นดินไหว ฯลฯ การพยากรณ์อนุกรมเวลาระดับน้ำเพื่อการเตือนภัยน้ำท่วม การประชุมวิศวกรรมโยธา และอื่นๆ

·   มีผลงานเขียนทางวิชาการหลายเล่ม เช่น กลศาสตร์ของไหล, การพยากรณ์น้ำโดยโครงข่ายใยประสาทเทียม, มัจจุราช อันดามัน : สึนามิ, และบทความที่ตีพิมพ์เป็นวารสารทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 100 บทความ

·   ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมภัยพิบัติในหน่วยงานต่างๆ เช่น เป็นกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา และกรรมการ และเลขานุการอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2543-2544 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนปัจจุบัน

·   เป็นคณะกรรมการศึกษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า สำนักนายกรัฐมนตรี อนุกรรมการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เลขานุการและอนุกรรมการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล สภาผู้แทนราษฎร

·   ได้รับเชิญเป็น Strategic Planning Group on Human and Environmental Hazards and Disasters ประจำภูมิภาคAsia and Pacific ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

 

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

·     การช่วยเหลือมวลมนุษยชาติเป็นนโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน โดยเฉพาะการได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการภัยพิบัติจากประเทศญี่ปุ่น เป็นพลังผลักดันที่ต้องการสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็ง

  

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

     ·     ผมคิดว่าตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จ ต้องพยายามทำต่อไป ต้องเรียนรู้ต่อไป จนกระทั่งชุมชนเกิดความตระหนัก สามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือเบื้องต้นได้

  

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 ·     วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้ประเทศหลุดพ้นจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความเชื่อที่ปราศจากเหตุผล ตัวอย่างจากประสบการณ์การทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติในประเทศไทยพบว่า ความเชื่อ (โดยปราศจากเหตุผลทางวิทยาศาสตร์) ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก

 

 7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

·     รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ สมัยที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก วิศวกรรมชายฝั่ง มหาวิทยาลัย Tohoku ในประเทศญี่ปุ่นนั้น เขาได้มีโอกาสทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านสึนามิชาวญี่ปุ่นที่เก่งที่สุดในโลกซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นผู้สอนให้คิดวิเคราะห์และนำเสนอสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกรูปแบบของภัยพิบัติ ทั้งเรื่องน้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ จะแก้ปัญหาในเหตุการณ์ได้อย่างไร ผมเจอเรื่องภัยพิบัติค่อนข้างเยอะ เห็นคนเสียชีวิต ทำให้ผมอยากช่วย และผมได้เรียนรู้เรื่องภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น โดยอาจารย์ที่ปรึกษาของผมยังเป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อมนุษยชาติ ความคิดแบบนี้ผมรู้สึกซาบซึ้ง เมื่อกลับมาเมืองไทย เมื่อผมสร้างครอบครัวมั่นคงแล้ว ผมเห็นว่างานด้านนี้สำคัญกว่างานออกแบบโครงสร้างตึกที่วิศวกรทั่วไปทำกัน การทำงานด้านภัยพิบัติเป็นงานที่หนักและรายได้ไม่มาก วิศวกรโยธาส่วนใหญ่จะหันไปทำงานคำนวณโครงสร้างตึกอาคารบ้านเรือน แต่งานด้านนี้เป็นงานช่วยชีวิตคน ในเมืองไทยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่ถึง 10 คน  รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ จึงได้ตัดสินใจอุทิศตนทุ่มเทกับการทำงานด้านภัยพิบัติตลอดมา โดยใช้ความรู้ ความสามารถ จนกลายเป็นหนึ่งในวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติอันดับต้นๆของเมืองไทย

 ·     หน่วยงานที่ รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ดูแลอยู่ในปัจจุบัน มีวิธีการพยากรณ์เรื่องน้ำท่วมโดยใช้พื้นฐานข้อมูลการพยากรณ์ชุดเดียวกับที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้ แต่การวิเคราะห์และการใช้แบบจำลอง หน่วยงานเราใช้แบบจำลองที่หลากหลาย สิ่งสำคัญของการพยากรณ์คือ อย่าไปเชื่อแบบจำลองชุดใดชุดหนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัด ใช้แค่หนึ่งหรือสองแบบจำลอง แล้ววิเคราะห์จากประสบการณ์ของคนที่ทำงานมานาน แต่เราใช้หลายแบบจำลองเปรียบเทียบวิเคราะห์ อย่างต่ำต้องมี 5 แบบจำลอง เราใช้ทั้งแบบจำลองของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน แคนาดาและออสเตรเลีย ผมคิดว่า หน่วยงานเรามีความเชี่ยวชาญการพยากรณ์ภัยพิบัติอย่างแม่นยำ เพราะใช้แบบจำลองวิเคราะห์หลากหลาย การพยากรณ์ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องหัวหรือก้อย ผมไม่เคยพูดว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งเรื่องสึนามิหรือน้ำท่วม แต่ผมจะบอกว่า เหตุการณ์แบบนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นสูง ผมบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย ผมอยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเรื่องไหนเป็นความเสี่ยง ประชาชนจะได้ตระหนักรู้และเตรียมตัวป้องกัน

·      การพยากรณ์ภัยพิบัติในเมืองไทยในความคิดเห็นของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ มี 5 ด้าน ได้แก่ 1. การกัดเซาะชายฝั่ง 2. น้ำท่วม 3. น้ำท่วมฉับพลัน 4. แผ่นดินไหว และ 5. สึนามิ ปัญหาอันดับหนึ่งคือ น้ำท่วม ส่วนสึนามิมีความเสี่ยงในบางพื้นที่ เรามีประสบการณ์โดยตรงเรื่องภัยพิบัติ ทั้งเรื่องแบบจำลองและการวิเคราะห์ จึงทำได้แม่นยำกว่าหน่วยงานรัฐ เพราะเราทำงานวิจัยเชิงลึกประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหลายหน่วยงาน รวมถึงส่งข้อมูลให้ ศูนย์ของเราเป็นแห่งแรกในเมืองไทยสามารถจะบอกได้ว่า สึนามิจะเกิดขึ้นแล้ว ที่ไหน เวลาและความรุนแรง ส่วนการคาดการณ์เรื่องฝนตก ถ้าจะให้แม่นยำ สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้แค่สามวัน

·     กว่า 30 ปีที่ผ่านมา รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ได้เสียสละอุทิศตนทำภารกิจด้านการจัดการภัยพิบัติทั้งในและต่างประเทศโดยเน้นไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน ผลงานที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้รู้จักกับชื่อของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ คือ สึนามิในทะเลอันดามัน (พ.ศ. 2547), มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 การติดตามและวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำของไทยโดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ทำให้สังคมได้รับรู้และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ท่วมใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยในรอบ 70 ปี (กรกฎาคม- ธันวาคม 2554), การเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมซ้ำซาก (พ.ศ. 2563–ปัจจุบัน) เป็นต้น โดยมีจุดเด่นตรงที่ รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ มักจะมีการเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมทั้งแนะนำแนวทางในการป้องกันด้วยเสมอๆ จึงไม่ยากที่นักวิชาการคนนี้จะเข้าไปครองใจผู้ชมคนดูที่ติดตามสถานการณ์นี้อยู่ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องทุกวัน ให้คำอธิบาย โมเดลน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำ และการไหลของน้ำเข้าเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนในเมืองไทย ที่สามารถอธิบายวิทยาศาสตร์เบื้องหลังเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย พร้อมทั้งวิจารณ์นโยบายการบริหารจัดการน้ำของรัฐในลักษณะที่ “กล้าพูดความจริง” จนได้รับความไว้วางใจจากสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวาง จนได้รับฉายา “กูรูน้ำ” ประจำประเทศไทย

 

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ผมภูมิใจกับรางวัลเกียรติยศที่จะได้รับ และเป็นกำลังใจที่สำคัญให้ผมเดินก้าวไปข้างหน้าต่อไป

 8.1 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

 ·     พ.ศ. 2556 – จตุตถดิเรกคุณาภรณ์

 ·     พ.ศ. 2551 – เบญจมดิเรกคุณาภรณ์

 8.2 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ·     “คนดีสังคมไทย” สาขา นักวิชาการ-ส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย

 ·     รางวัล “บุคลากรดีเด่นด้านวิชาการ” ประจำปี พ.ศ. 2546 โดยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย

 ·     รางวัล “โครงการทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษก” ประจำปี พ.ศ. 2546 และ 2547 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

 ·     รางวัลทุนวิจัย มูลนิธิโทเรเพื่อส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2550

 ·     ผู้เชี่ยวชาญและผู้เขียนนำ (Lead Author) ในการวิเคราะห์ประเมินและเขียนรายงานผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในคณะกรรมการ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change)

1)  บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านวิทยาศาสตร์

 

  

รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต (อายุ 81 ปี)

 

นายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยกิตติมศักดิ์

1. หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

    1.    นายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยกิตติมศักดิ์

    2.    นายกสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย

    3.    ที่ปรึกษาเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

    4.    ประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ

    5.    ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

    6.    ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center – TRAC)

 

2. ประวัติการศึกษา

 ·     พ.ศ. 2510 ปริญญาตรี เภสัชศาสตร์ (เกียรตินิยม อันดับ 2) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดล) ปัจจุบันได้โอนไปสังกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 ·     พ.ศ. 2516 ปริญญาโท (M.S.) Pharmaceutical Chemistry, School of Pharmacy University of Kansas, USA.

 ·     พ.ศ. 2517 ปริญญาเอก (Ph.D.) Pharmaceutical Chemistry, School of Pharmacy University of Kansas, USA.

 ·     พ.ศ. 2526 ประกาศนียบัตรจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง กองบัญชาการทหารสูงสุด

 ·     พ.ศ. 2528 ประกาศนียบัตรฝึกอบรมผู้บริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ. 2534 วุฒิบัตร Mini MPA (รุ่นที่ 3) มหาวิทยาลัยมหิดล

 ·     พ.ศ. 2537 Certificate in Risk Assessment, International Union of Toxicology (IUTOX)

 ·     พ.ศ. 2553 ประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสำหรับนักบริหารระดับสูง รุนที่ 9 ปศส 9 สถาบันพระปกเกล้า

3. ประวัติการทำงาน

· พ.ศ. 2511-2518 รับราชการนักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ SEATO Laboratory, อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

· พ.ศ. 2522-2547 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศูนย์วิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

· หัวหน้าห้องปฏิบัติการ พิษวิทยาและอาหารเคมี ศูนย์วิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

· ประธานหลักสูตรโภชนศาสตร์ หลักสูตรร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี และสภาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

· ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ. 2530-2546)

· หัวหน้าหน่วยพิษวิทยาทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

· ประธานหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

· นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สภท) 2 สมัย (พ.ศ. 2541-2544) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา ของ ภสท

· ประธานสภามนตรี (นายก) สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท) 2 สมัย พ.ศ. 2543-2548

· นายกสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย (ส.พ.ท.) หลายสมัย (พ.ศ. 2532-2538) , พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน

· President of Asian Society of Toxicology (ASIATOX) 2 สมัย (พ.ศ. 2543-2547), (พ.ศ. 2558-2561)

· Vice President of Federation of Asian Pharmaceutical Associations (FAPA) พ.ศ. 2546-2557

· ประธานคณะกรรมการและอนุกรรมการด้านวัตถุอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

· ประธานคณะกรรมการ ประธานคณะอนุกรรมการ รองประธาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันอาหาร เป็นต้น

· ประธานคณะอนุกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข

· ประธานและกรรมการ ในคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร และมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ Codex สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และอีกหลายคณะของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

· ประธานคณะกรรมการ ประธานคณะอนุกรรมการ กรรมการ ในหลายคณะของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน)

· ประธานและกรรมการ ในสถาบันไบโอเทค สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

· ประธานคณะกรรมการจัดประชุม 3rd International Conference of Asian Society of Toxicology ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2547)

· กรรมการ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2546-2551)

· ได้รับการสรรหาให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ระหว่างปี พ.ศ. 2551-2554

· ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกให้ไปดูงานด้านเทคโนโลยีการศึกษา Nitrate, Nitrite and Nitrosamines Formation and Analysis  ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 2 เดือน (พ.ศ. 2523)

· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลก ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง

· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง

· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง

· ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา ศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center – TRAC) พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน

· ประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน

· มีผลงานตีพิมพ์ รวม 87 เรื่อง (ตุลาคม 2567) บทความทางวิชาการและงานวิจัย ภาษาอังกฤษ จำนวน 50 เรื่อง, บทความวิชาการ งานวิจัย ตำรา และหนังสือ ภาษาไทย จำนวน 37 เรื่อง

4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

· นโยบายหลักในการทำงาน คือ อุทิตตนต่อการทำงานในหน่วยงานอย่างเต็มกำลังและความ สามารถ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนา

· อุดมการณ์ คือ งานที่ทำต้องมุ่งเพื่อความสำเร็จ ยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นแนวทางเพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่เพื่อการพัฒนา และยึดหลักจริยธรรมและความซื่อสัตย์ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เพื่อให้เกิดความสามัคคีและความก้าวหน้าขององค์กร

5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ถือว่าเริ่มงานราชการอย่างเต็มตัว ได้ทำงานในหลายด้าน

1.  ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งสถาบันโภชนาการ ที่มีความสำคัญในการวิจัยเพื่อสุขภาพของประชาชน การให้การศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ที่สร้างนักวิชาการให้กับหน่วยงานราชการและเอกชนที่มีส่วนทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าทั้งทางด้านอาหารและโภชนาการทัดเทียมนานาชาติ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันจนเกษียนอายุราชการ

2.  ได้ริเริ่มงานวิจัยด้านความปลอดภัยอาหาร โดยอาศัยข้อมูลจาการวิจัยของตนเองและมีนักศึกษาช่วยงาน ในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เช่น การศึกษาด้านพิษวิทยาและความปลอดภัยของอาหาร ทำให้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการแก้ไข และเสนอแนวทางการพัฒนาด้านอาหารที่เกี่ยวข้องกับโรค จนถึงความเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง

3.  มีส่วนร่วมในการก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการมูลนิธิตั้งแต่เริ่มแรกจนเป็นประธานมูลนิธิในปัจจุบัน

4.  เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center-TRAC) ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ เป็นศูนย์รับการประเมินความเสี่ยงให้กับหน่วยงานเอกชนที่มีผลิตภัณฑ์จะขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ก่อนออกสู่ตลาด หรือทำให้กับหน่วยงานราชการเพื่อเป็นข้อมูในการออกกฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมทันสมัยหลายเรื่อง

5.  เป็นกรรมการ และประธาน ทั้งคณะกรรมการต่างๆหลายคณะ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสารเคมี และอาหาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในด้านอาหาร ในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม อย., มกอช. เป็นต้น

6.  ร่วมก่อตั้งสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย ที่มีการประชุมวิชาการทุกปีและเป็นนายกสมาคมในปัจจุบัน เป็นนายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท) 2 สมัย เป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นสมาคมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทยจำนวนมาก ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 40 สมาคม

7.  ร่วมก่อตั้งสมาคมพิษวิทยาแห่งเอเซีย (ASIATOX) มีสมาคมในเอเซียเป็นสมาชิก รวม 8 สมาคม และได้รับเลือกเป็นPresident รวม 2 สมัย และจัดประชุมนานาชาติในประเทศไทย 2 ครั้ง

6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

·    วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด โดยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มศักยภาพให้ประเทศหลุดจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง ที่ประเทศไทยมีปัญหามายาวนานและยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

·    วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมควรต้องให้ประชากรของประเทศได้ตระหนักรู้อย่างน้อยมี mindset ที่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นองคาพยพที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การทำให้วิทยาศาสตร์เป็นที่ตระหนักรู้ของประชาชน (Science popularization) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล

 · ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยราชการและองค์กรเอกชน เพื่อพัฒนาด้านอาหารและโภชนาการของประเทศ ทำให้ลดปัญหาด้านทุพโภชนาการซึ่งเกี่ยวข้องทั้งด้านร่างกายและสมองของเด็ก ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต และทำให้ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยไม่ประสบปัญหาโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ (NCDs) ที่จะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากแต่ป้องกันได้

 · ด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายที่ใช้มากในประเทศ ได้มีการกำกับ ควบคุม การใช้ไม่ให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

 · ในขณะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข และกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข ทำการศึกษาและเสนอแนะ ในการควบคุมกำกับดูแลด้านระบบยาของประเทศซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำเสนอวิธีการแก้ไขต่อรัฐบาลให้ดำเนินการ

· ในด้านสาธารณกุศล ในฐานะประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในสังคมรอบๆมหาวิทยาลัยมหิดล ดูแลด้านโภชนาการของตนเองและชุมชน เพื่อป้องกันโรค NCDs และให้การช่วยเหลือชุมชนเมื่อประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่โดยช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและปัจจัยด้านอาหารและน้ำดื่ม

· จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาในสถาบันโภชนาการ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาเป็นประจำ

· ส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวันอย่างฉลาดรู้

8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

· มีความภูมิใจอย่างมากที่ได้ทำงานรับราชการจนเกษียนอายุราชการในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในด้านอาหารและโภชนาการและความปลอดภัยอาหาร ที่ได้เกี่ยวข้องในด้านการดูแล และการประเมินความเสี่ยง และจัดการความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยด้านอาหารและประชาชนไทยมีสุขภาพดี

· ได้สร้างบุคคลากรในด้านนี้ให้กับประเทศในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จนออกไปทำงานทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชนจำนวนมาก

· ได้เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center) ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ ที่ได้ประเมินความปลอดภัยให้กับผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Foods) ให้กับหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อนออกสู่ตลาด

· เป็นผู้หนึ่งในทีมก่อตั้งสถาบันโภชนาการร่วมกับท่านที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นพ. อารี วัลยะเสวี ศาสตราจารย์ พญ. คุณหญิงสาคร ธนมิตต์ ศาสตราจารย์ ดร. นพ. ไกรสิทร์ ตันติศิรินทร์ เป็นต้น และเป็นผู้ดูแลในการก่อสร้างอาคารสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา และหน่วยงานภายในต่างๆให้สามารถดำเนินการจนมีความก้าวหน้าเพื่อเป็นสถาบันชั้นนำในด้านอาหารและโภชนาการและความปลอดภัยอาหารของประเทศไทย และให้เป็นที่รู้จักดีในต่างประเทศ

8.1 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

·     มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) - พ.ศ. 2551

·     มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)

·     เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)

 8.2 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ

 ·         พ.ศ. 2556 รางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” โดยสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 ·         พ.ศ. 2550 รางวัล “มหิดลทยากร” เป็นรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โดยสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล

 ·         รางวัล Travel awards ของ IUTOX ทั้ง Junior และ Senior Awards

 ·         รางวัลพ่อตัวอย่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

 ·         พ.ศ. 2564 รางวัลปูชนียบุคคล เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี วันพระราชทานนาม 131 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล

ทำเนียบเกียรติยศ (Hall of Fame)

เยาวชนคุณภาพแห่งปี 2025

 

 

1. นายภัทรชนน ชีวสุทธานนท์ อายุ 20 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

2. นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช อายุ 20 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาทรัพยากรชีวภาพและชีววิทยาสภาวะแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

3. นายอธิวัฒน์ นันท์แพง อายุ 22 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี

 

4. นายฐาพล ชินกรสกุล อายุ 20 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

5. นายณัฐพัชร์ คูหะโรจนานนท์ อายุ 20 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

6. นายนครินทร์ ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดขอนแก่น

 

7. นางสาววิจิตรา ลาวงศ์เกิด อายุ 22 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

 

8. นายณัฐวุฒิ บัวแก้ว อายุ 22 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

 

9. นายพงศ์ตุลา รพีถวิลวรรณ อายุ 20 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

10. นายณัฐนรินทร์ ลีลาศีลธรรม อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี

 

11. นางสาวอัจฉรา มานะศิริ อายุ 22 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม

 

12. นางสาวกอมารีย๊ะห์ หะแตมุ อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา

 

13. นายชนุดม หมั่นคิด อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

14. นายธนธรณ์ ไชยบำรุง อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา

 

15. นางสาวธนพรรณ พงศ์เลิศคณิต อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี

 

16. นางสาวกมลวรรณ มิ่งขวัญ อายุ 22 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

17. นางสาวพลอยชมพู คำบุญ อายุ 21 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

 

18. นายพัชรพล ไฝจู อายุ 19 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

 

19.นายอังศุธร งามประสิทธิ์ อายุ 19 ปี

ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

 

 

 

 

มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถานที่ติดต่อ :

288/52 อาคารมูลนิธิ มสวท. ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220

Tel. +66(0) 2552-5200 Fax. +66(0) 2551-4422 Email : thaifstt@gmail.com 

Copyright © 2008-2015 หากมีปัญหาในการรับชมกรุณาติดต่อ Webmaster ที่ admin@thaifstt.org