1) บุคคลคุณภาพแห่งปี 2025 ด้านวิทยาศาสตร์

รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต (อายุ 81 ปี)
นายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยกิตติมศักดิ์
1. หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน
1. นายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยกิตติมศักดิ์
2. นายกสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย
3. ที่ปรึกษาเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
4. ประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ
5. ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
6. ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center – TRAC)
2. ประวัติการศึกษา
· พ.ศ. 2510 ปริญญาตรี เภสัชศาสตร์ (เกียรตินิยม อันดับ 2) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดล) ปัจจุบันได้โอนไปสังกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· พ.ศ. 2516 ปริญญาโท (M.S.) Pharmaceutical Chemistry, School of Pharmacy University of Kansas, USA.
· พ.ศ. 2517 ปริญญาเอก (Ph.D.) Pharmaceutical Chemistry, School of Pharmacy University of Kansas, USA.
· พ.ศ. 2526 ประกาศนียบัตรจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง กองบัญชาการทหารสูงสุด
· พ.ศ. 2528 ประกาศนียบัตรฝึกอบรมผู้บริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล
· พ.ศ. 2534 วุฒิบัตร Mini MPA (รุ่นที่ 3) มหาวิทยาลัยมหิดล
· พ.ศ. 2537 Certificate in “Risk Assessment”, International Union of Toxicology (IUTOX)
· พ.ศ. 2553 ประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสำหรับนักบริหารระดับสูง รุนที่ 9 ปศส 9 สถาบันพระปกเกล้า
3. ประวัติการทำงาน
· พ.ศ. 2511-2518 รับราชการนักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ SEATO Laboratory, อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
· พ.ศ. 2522-2547 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศูนย์วิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
· หัวหน้าห้องปฏิบัติการ พิษวิทยาและอาหารเคมี ศูนย์วิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
· ประธานหลักสูตรโภชนศาสตร์ หลักสูตรร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี และสภาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
· ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ. 2530-2546)
· หัวหน้าหน่วยพิษวิทยาทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
· ประธานหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
· นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สภท) 2 สมัย (พ.ศ. 2541-2544) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา ของ ภสท
· ประธานสภามนตรี (นายก) สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท) 2 สมัย พ.ศ. 2543-2548
· นายกสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย (ส.พ.ท.) หลายสมัย (พ.ศ. 2532-2538) , พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน
· President of Asian Society of Toxicology (ASIATOX) 2 สมัย (พ.ศ. 2543-2547), (พ.ศ. 2558-2561)
· Vice President of Federation of Asian Pharmaceutical Associations (FAPA) พ.ศ. 2546-2557
· ประธานคณะกรรมการและอนุกรรมการด้านวัตถุอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
· ประธานคณะกรรมการ ประธานคณะอนุกรรมการ รองประธาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันอาหาร เป็นต้น
· ประธานคณะอนุกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข
· ประธานและกรรมการ ในคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร และมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ Codex สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และอีกหลายคณะของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
· ประธานคณะกรรมการ ประธานคณะอนุกรรมการ กรรมการ ในหลายคณะของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน)
· ประธานและกรรมการ ในสถาบันไบโอเทค สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
· ประธานคณะกรรมการจัดประชุม 3rd International Conference of Asian Society of Toxicology ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2547)
· กรรมการ ในหลายคณะ ของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2546-2551)
· ได้รับการสรรหาให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ระหว่างปี พ.ศ. 2551-2554
· ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกให้ไปดูงานด้านเทคโนโลยีการศึกษา Nitrate, Nitrite and Nitrosamines Formation and Analysis ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 2 เดือน (พ.ศ. 2523)
· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลก ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง
· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง
· หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับเชิญจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและดูงานในต่างประเทศหลายครั้ง
· ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา ศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center – TRAC) พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน
· ประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน
· มีผลงานตีพิมพ์ รวม 87 เรื่อง (ตุลาคม 2567) บทความทางวิชาการและงานวิจัย ภาษาอังกฤษ จำนวน 50 เรื่อง, บทความวิชาการ งานวิจัย ตำรา และหนังสือ ภาษาไทย จำนวน 37 เรื่อง
4. นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน
· นโยบายหลักในการทำงาน คือ อุทิตตนต่อการทำงานในหน่วยงานอย่างเต็มกำลังและความ สามารถ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนา
· อุดมการณ์ คือ งานที่ทำต้องมุ่งเพื่อความสำเร็จ ยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นแนวทางเพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่เพื่อการพัฒนา และยึดหลักจริยธรรมและความซื่อสัตย์ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เพื่อให้เกิดความสามัคคีและความก้าวหน้าขององค์กร
5. ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน
เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ถือว่าเริ่มงานราชการอย่างเต็มตัว ได้ทำงานในหลายด้าน
1. ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งสถาบันโภชนาการ ที่มีความสำคัญในการวิจัยเพื่อสุขภาพของประชาชน การให้การศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ที่สร้างนักวิชาการให้กับหน่วยงานราชการและเอกชนที่มีส่วนทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าทั้งทางด้านอาหารและโภชนาการทัดเทียมนานาชาติ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันจนเกษียนอายุราชการ
2. ได้ริเริ่มงานวิจัยด้านความปลอดภัยอาหาร โดยอาศัยข้อมูลจาการวิจัยของตนเองและมีนักศึกษาช่วยงาน ในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เช่น การศึกษาด้านพิษวิทยาและความปลอดภัยของอาหาร ทำให้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการแก้ไข และเสนอแนวทางการพัฒนาด้านอาหารที่เกี่ยวข้องกับโรค จนถึงความเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง
3. มีส่วนร่วมในการก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการมูลนิธิตั้งแต่เริ่มแรกจนเป็นประธานมูลนิธิในปัจจุบัน
4. เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center-TRAC) ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ เป็นศูนย์รับการประเมินความเสี่ยงให้กับหน่วยงานเอกชนที่มีผลิตภัณฑ์จะขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ก่อนออกสู่ตลาด หรือทำให้กับหน่วยงานราชการเพื่อเป็นข้อมูในการออกกฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมทันสมัยหลายเรื่อง
5. เป็นกรรมการ และประธาน ทั้งคณะกรรมการต่างๆหลายคณะ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสารเคมี และอาหาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในด้านอาหาร ในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม อย., มกอช. เป็นต้น
6. ร่วมก่อตั้งสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย ที่มีการประชุมวิชาการทุกปีและเป็นนายกสมาคมในปัจจุบัน เป็นนายกสภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวทท) 2 สมัย เป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นสมาคมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทยจำนวนมาก ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 40 สมาคม
7. ร่วมก่อตั้งสมาคมพิษวิทยาแห่งเอเซีย (ASIATOX) มีสมาคมในเอเซียเป็นสมาชิก รวม 8 สมาคม และได้รับเลือกเป็นPresident รวม 2 สมัย และจัดประชุมนานาชาติในประเทศไทย 2 ครั้ง
6. ทรรศนะต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด โดยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มศักยภาพให้ประเทศหลุดจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง ที่ประเทศไทยมีปัญหามายาวนานและยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมควรต้องให้ประชากรของประเทศได้ตระหนักรู้อย่างน้อยมี mindset ที่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นองคาพยพที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การทำให้วิทยาศาสตร์เป็นที่ตระหนักรู้ของประชาชน (Science popularization) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
7. กิจการอันเป็นคุณประโยชน์เพื่อสังคม สาธารณกุศล
· ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยราชการและองค์กรเอกชน เพื่อพัฒนาด้านอาหารและโภชนาการของประเทศ ทำให้ลดปัญหาด้านทุพโภชนาการซึ่งเกี่ยวข้องทั้งด้านร่างกายและสมองของเด็ก ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต และทำให้ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยไม่ประสบปัญหาโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ (NCDs) ที่จะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากแต่ป้องกันได้
· ด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายที่ใช้มากในประเทศ ได้มีการกำกับ ควบคุม การใช้ไม่ให้เกิดอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
· ในขณะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข และกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข ทำการศึกษาและเสนอแนะ ในการควบคุมกำกับดูแลด้านระบบยาของประเทศซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำเสนอวิธีการแก้ไขต่อรัฐบาลให้ดำเนินการ
· ในด้านสาธารณกุศล ในฐานะประธานมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในสังคมรอบๆมหาวิทยาลัยมหิดล ดูแลด้านโภชนาการของตนเองและชุมชน เพื่อป้องกันโรค NCDs และให้การช่วยเหลือชุมชนเมื่อประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่โดยช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและปัจจัยด้านอาหารและน้ำดื่ม
· จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาในสถาบันโภชนาการ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาเป็นประจำ
· ส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวันอย่างฉลาดรู้
8. ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ
· มีความภูมิใจอย่างมากที่ได้ทำงานรับราชการจนเกษียนอายุราชการในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในด้านอาหารและโภชนาการและความปลอดภัยอาหาร ที่ได้เกี่ยวข้องในด้านการดูแล และการประเมินความเสี่ยง และจัดการความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยด้านอาหารและประชาชนไทยมีสุขภาพดี
· ได้สร้างบุคคลากรในด้านนี้ให้กับประเทศในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จนออกไปทำงานทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชนจำนวนมาก
· ได้เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center) ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ ที่ได้ประเมินความปลอดภัยให้กับผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Foods) ให้กับหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อนออกสู่ตลาด
· เป็นผู้หนึ่งในทีมก่อตั้งสถาบันโภชนาการร่วมกับท่านที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นพ. อารี วัลยะเสวี ศาสตราจารย์ พญ. คุณหญิงสาคร ธนมิตต์ ศาสตราจารย์ ดร. นพ. ไกรสิทร์ ตันติศิรินทร์ เป็นต้น และเป็นผู้ดูแลในการก่อสร้างอาคารสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา และหน่วยงานภายในต่างๆให้สามารถดำเนินการจนมีความก้าวหน้าเพื่อเป็นสถาบันชั้นนำในด้านอาหารและโภชนาการและความปลอดภัยอาหารของประเทศไทย และให้เป็นที่รู้จักดีในต่างประเทศ
8.1 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
· มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) - พ.ศ. 2551
· มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
· เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)
8.2 รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ
· พ.ศ. 2556 รางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” โดยสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· พ.ศ. 2550 รางวัล “มหิดลทยากร” เป็นรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โดยสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล
· รางวัล Travel awards ของ IUTOX ทั้ง Junior และ Senior Awards
· รางวัลพ่อตัวอย่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
· พ.ศ. 2564 รางวัลปูชนียบุคคล เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี วันพระราชทานนาม 131 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล
ทำเนียบเกียรติยศ (Hall of Fame)
เยาวชนคุณภาพแห่งปี 2025

1. นายภัทรชนน ชีวสุทธานนท์ อายุ 20 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดกรุงเทพมหานคร

2. นายธีรภัทร ศรีพิบูลพานิช อายุ 20 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาทรัพยากรชีวภาพและชีววิทยาสภาวะแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดกรุงเทพมหานคร

3. นายอธิวัฒน์ นันท์แพง อายุ 22 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี

4. นายฐาพล ชินกรสกุล อายุ 20 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

5. นายณัฐพัชร์ คูหะโรจนานนท์ อายุ 20 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดกรุงเทพมหานคร

6. นายนครินทร์ ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดขอนแก่น

7. นางสาววิจิตรา ลาวงศ์เกิด อายุ 22 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

8. นายณัฐวุฒิ บัวแก้ว อายุ 22 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

9. นายพงศ์ตุลา รพีถวิลวรรณ อายุ 20 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

10. นายณัฐนรินทร์ ลีลาศีลธรรม อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี

11. นางสาวอัจฉรา มานะศิริ อายุ 22 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม

12. นางสาวกอมารีย๊ะห์ หะแตมุ อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา

13. นายชนุดม หมั่นคิด อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย

14. นายธนธรณ์ ไชยบำรุง อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา

15. นางสาวธนพรรณ พงศ์เลิศคณิต อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี

16. นางสาวกมลวรรณ มิ่งขวัญ อายุ 22 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

17. นางสาวพลอยชมพู คำบุญ อายุ 21 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

18. นายพัชรพล ไฝจู อายุ 19 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

19.นายอังศุธร งามประสิทธิ์ อายุ 19 ปี
ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ และคณะ ได้เดินทางไปร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล ถวายยารักษาโรค และปัจจัยเป็นค่าภัตตาหารและส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติ แด่ภิกษุสามเณร ที่กำลังศึกษาพระปริยัติธรรม (สายบาลี และสายสามัญ) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ วัดตากฟ้า พระอารามหลวง ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ โดยมีท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญาภรณ์ (ริด ริตเวที ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดตากฟ้า พระอารามหลวง, รองเจ้าคณะภาค 4 ,รองประธานคณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ส่วนกลาง เป็นประธานในพิธีสงฆ์


วัดตากฟ้า พระอารามหลวง ได้จัดตั้งสำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า และโรงเรียนศรีนภเขตวิทยา (โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา) เพื่อเปิดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี แผนกธรรม แผนกสามัญศึกษา เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาและปลูกฝังจริยธรรมอันดีงามให้กับเยาวชนไทยที่มาจากพื้นที่ภาคเหนือและทั่วภูมิภาคที่มาบวชเรียนในวัดตากฟ้าแห่งนี้ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้เจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทย ปัจจุบันมีพระภิกษุและสามเณร ประมาณ 300 รูป โดยสามเณรที่มาบรรพชา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น



การศึกษาเล่าเรียนของภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวัดตากฟ้าเป็นอย่างมาก โดยผลการสอบบาลีของสามเณรวัดตากฟ้า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พระภิกษุและสามเณรวัดตากฟ้า พระอารามหลวง ได้รับทุนพระราชทานเล่าเรียนหลวงดีเด่น ในฐานะมีนักเรียนสอบบาลีได้เป็นอันดับที่ 1 ของจังหวัด และติดอันดับ 1-10 ของประเทศ เป็นระยะเวลา 19 ปี
กิจกรรมทำบุญวัดตากฟ้า พระอารามหลวง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ในด้านการส่งเสริมความร่วมมือกับ มูลนิธิ วัด ในการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรและความก้าวหน้าของประเทศ โดยมูลนิธิ มสวท. ได้เริ่มกิจกรรมนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน โดยเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุและสามเณร ประมาณ 300 รูป พร้อมทั้งถวายยารักษาโรค สังฆทาน หลอดไฟ เครื่องนุ่งห่ม ปัจจัยเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม และการสร้างศาสนสถาน (ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของวัดในแต่ละปี) อย่างต่อเนื่องกันมาทุกปี ปีละ 1 หรือ 2 ครั้ง ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 16
กิจกรรมที่มูลนิธิ มสวท. ยังให้การสนับสนุน โดย ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ ประธานมูลนิธิ มสวท. ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ ซึ่งจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2552 มูลนิธิ มสวท. จึงได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิ มสวท. เพื่อวัดตากฟ้า บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาตากฟ้า เลขที่ 626-0-13267-0 เพื่อเป็นสื่อกลางและสะพานบุญให้ญาติโยมและสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่อาศัยอยู่ในเมือง โดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานครและทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายภัตตาหารเพลและด้านการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ซึ่งมูลนิธิ มสวท. ได้มอบบัญชีกองทุนไว้ให้วัดตากฟ้าเป็นผู้ดูแล โดยมุ่งหวังให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและสาธารณกุศลอย่างแท้จริง
โครงการร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 33
ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ ประธานมูลนิธิ และทีมจิตอาสา ได้เดินทางไปวัดจากแดง ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 เพื่อบริจาคขวดพลาสติกใส PET ขนาด 1.5 ลิตร และ 5 ลิตร พร้อมภาชนะพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารเดลิเวอรี่ ขวดบรรจุเครื่องดื่มชนิดใสและชนิดขุ่น ถุงพลาสติกที่ใช้ใส่เครื่องดื่ม อาหาร หรือห่อหุ้มพัสดุ ที่ผ่านการใช้งานแล้ว หลอดกาแฟ แก้วน้ำ ช้อนส้อม และกล่องนม UHT กล่องข้าว จานโฟมใส่อาหารที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยจิตอาสาได้เก็บรวบรวมเพื่อให้ทางวัดได้นำไป Upcycling เป็นวัสดุใหม่ ได้แก่ ผ้าจีวรนาโน, ชุด PPE, น้ำมันเชื้อเพลิง, กุฏิสงฆ์, อาคารเรียน, อิฐปูพื้น ฯลฯ พร้อมกันนี้ได้ร่วมบริจาคเงินกับทางวัดเพื่อใช้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สืบไป วัดจากแดงปัจจุบัน มีพระภิกษุชาวไทยและต่างชาติ ประมาณ 45 รูป ปกติทางวัดได้เปิดโครงการศึกษาพระไตรปิฎกให้กับพระภิกษุ นักบวช ฆราวาส อุบาสก และอุบาสิกา ทั้งชาวไทยและต่างชาติ (เอเชีย ยุโรป) รวมกว่า 400 รูป/คน ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ในวันที่ได้ไปร่วมบริจาคครั้งนี้ มีคณะอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยพาณิชยการเชตุพน ได้เดินทางไปทัศนศึกษาเกี่ยวกับโครงการรักษ์โลกที่วัดจากแดงอีกด้วย
จีวรนาโน (จีวรรีไซเคิล)
การผลิตจีวรรีไซเคิลจะใช้ขยะขวดพลาสติก PET ชนิดใส ขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 15 ขวด ผลิตผ้าจีวรได้ จำนวน 1 ผืน หากผลิตผ้าไตรจีวร จำนวน 1 ชุด จะใช้ขวด PET จำนวน 60 ขวด ทั้งนี้ จีวรรีไซเคิลที่วัดจากแดง นับเป็นจีวรรีไซเคิลผืนแรกของประเทศไทย ที่ใช้นวัตกรรมแปรรูปเม็ดพลาสติกด้วยนาโนเทคโนโลยี ในกระบวนการผลิตเป็นเส้นใย เพื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าบังสุกุลอย่างดี ส่วนการย้อมสีราชนิยม ก็เป็นไปตามพระวินัย ตามกิจของพระสงฆ์ มีทั้งผ้า 5 ขันฑ์ (ชิ้น) 9 ขันฑ์ (ชิ้น) และสังฆาฎิ 2 ชั้น ซึ่งการผลิตนี้เป็นไปตามหลักพุทธบัญญัติทุกประการ โครงการจีวรรีไซเคิล ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในโครงการ OUR Khung BangKachao ของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นโครงการที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ว่าควรสงวนพื้นที่บางกระเจ้าแห่งนี้ไว้ (คุ้มบางกะเจ้า เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้เมือง ล้อมรอบด้วยลำน้ำเจ้าพระยา อยู่ใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ ต.บางกะเจ้า ต.บางน้ำผึ้ง ต.บางกอบัว ต.บางกระสอบ ต.บางยอ และต.ทรงคนอง) เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวและคงความเป็นปอดของคนเมือง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ลมมรสุมจากอ่าวไทย จะพัดพาอากาศบริสุทธิ์ในพื้นที่แห่งนี้เข้าไปไล่อากาศเสียในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาปีละ 9 เดือน มูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานกับหลายภาคส่วนร่วมกันเป็นภาคีเครือข่าย มุ่งเน้นการพัฒนา 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำ การจัดการขยะ การส่งเสริมอาชีพ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2561-2566 โครงการฯ มีเครือข่ายภาคีเพิ่มขึ้นเป็น 113 องค์กร

วัดจากแดงนอกเหนือจากจะเป็นศาสนสถานสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแล้ว ทางวัดได้เปิดหลักสูตรอบรมพระปริยัติธรรมให้กับพระภิกษุสามเณร และพุทธบริษัททั่วไป ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สเปน โปรตุเกส อินโดนีเซีย ศรีลังกา พม่า จีน กัมพูชา ลาว เวียดนาม เป็นต้น พุทธศานิกชนสามารถร่วมอุปถัมภ์การเรียนพระปริยัติของพระภิกษุ สามเณร ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักราษฎร์บูรณะ ชื่อบัญชี สำนักศาสนศึกษาวัดจากแดง เลขที่บัญชี 083 377873-0
นอกจากนี้ ทางวัดกำลังจัดทำโครงการก่อสร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎกจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งจะเป็นอาคารต้นแบบที่ส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้วัสดุในการก่อแบบรักษ์โลก สามารถร่วมทุนสนับสนุนการสร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎกได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาพระประแดง เลขที่บัญชี 193-2-83107-2 ชื่อบัญชี วัดจากแดง
การดำเนินโครงการร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 33
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 สืบเนื่องจากนโยบายของภาครัฐในการลดขยะพลาสติกที่กำลังเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมของไทย ประกอบกับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย ภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆและขอให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ใช้นโยบาย Work from home เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงเป็นผลให้พฤติกรรมในการบริโภคของประชากรส่วนใหญ่เปลี่ยนไป ผู้คนในวัยทำงานและวัยกำลังศึกษานิยมสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่กันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกและโฟมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ดร.ประสิทธิ์ และทีมงานจิตอาสา จึงได้ร่วมกันดำเนินการเก็บ รวบรวม และคัดแยกขยะขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติก กล่องนม และกล่องโฟมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน นำไปบริจาคที่วัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเข้าสู่กระบวนกำจัดขยะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และยังเป็นการทำให้ขยะเหล่านี้กลายเป็นผลผลิตใหม่ (Recycle) ที่นำกลับมาให้ใช้งานได้จริง ขยะพลาสติกจำพวกถุงพลาสติก ขวดพลาสติกขุ่น หลอดกาแฟ แก้วพลาสติก ที่ไม่สามารถนำมา recycle ได้อีก ก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) แปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในรถยนต์และเครื่องจักรกลทางการเกษตรของวัดจากแดง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานให้กับคนยากจน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส (ส่วนใหญ่เป็นคนไทยและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมชนใกล้เคียงวัดจากแดง ปัจจุบันมีประมาณ 30 คน
โครงการนี้แม้เป็นโครงการเล็กๆ แต่ให้คุณประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพและชีวิตของคน พืช และสัตว์ ในระยะยาว เพราะวิถีชีวิตคนในเมืองที่มีความเร่งรีบและต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลาอยู่ทุกวัน ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะรณรงค์ให้ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ลดการใช้พลาสติกได้อย่างแท้จริง หากปล่อยให้ทางภาครัฐจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้เองตามลำพัง ด้วยวิธีการทำลายแบบฝังกลบ (ใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะขยะพลาสติกจะย่อยสลาย) ซึ่งอาจทำให้เกิดการตกหล่นไปอุดตันในท่อระบายน้ำ หรือไปตกหล่นอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้เกิดแหล่งเพาะเชื้อโรค ขยะบางส่วนจะถูกกำจัดโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง เช่น เทกองรวมกัน การเผาในเตาแบบไม่มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ การเผากำจัดกลางแจ้ง เป็นต้น สุดท้ายจะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) และทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา เมื่อเวลาผ่านไปยาวนาน จะก่อให้เกิดธรรมชาติที่ผิดเพี้ยนไป ในที่สุดจะส่งผลกระทบทางลบต่อชีวิตสัตว์ พืช และมนุษย์ ให้ดำรงชีวิตได้อย่างลำบากมากขึ้น
ประธานมูลนิธิและทีมงานจิตอาสา จึงมีความตระหนักและเห็นคุณค่าการทำประโยชน์เพื่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยยืนหยัดที่จะทำต่อไป อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างไม่มีคำว่า สิ้นสุด เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงก็คือพวกเราทุกคน
ปัจจุบัน ทางวัดจากแดงก็ได้เปิดโครงการ ส่งขยะกลับบ้าน โดยเปิดรับบริจาค เสื้อผ้าเก่า ผ้าขาดที่ใช้ไม่ได้แล้ว ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ถุงเท้า ชุดชั้นในเก่า,เก่า เพื่อจะนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลเส้นใยแล้วนำไปฟอกย้อมเพื่อนำกลับมาใช้ผลิตเสื้อผ้าใหม่ ท่านใดสนใจจะส่งขยะเหล่านี้กลับบ้าน สามารถติดต่อกับทางวัดได้โดยตรง
หมายเหตุ สำหรับจิตอาสาท่านใดที่ประสงค์จะร่วมบริจาคขยะพลาสติกที่ใช้งานแล้ว กล่องนม ขวดพลาสติกที่ใส่เครื่องดื่ม จานโฟมใส่อาหาร หรือห่อผลไ้ม้ ล้างน้ำเปล่าและผึ่งลมให้แห้ง สามารถจัดส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไปที่ วัดจากแดง ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้โดยตรง ทางวัดจากแดงมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและเปิดรับบริจาคทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ ในช่วงฤดูฝนก็สามารถขับรถไปบริจาคได้ (ไม่เปียก) เพราะปัจจุบันทางวัดได้สร้างหลังคาคลุมลานเอนกประสงค์อยู่ด้านหน้าอาคารวัฏสสารและที่รับบริจาคไว้แล้ว
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ ประธานมูลนิธิ มสวท. และคณะ ได้เข้าร่วมพิธีวางพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามงกุฎวิทยามหาราช (รัชกาลที่ 4) “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เนื่องในโอกาส “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” โดยมี ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ (องคมนตรี) ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.), คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว., ผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ซอยโยธี ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร





โครงการร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 32
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ ประธานมูลนิธิ และทีมจิตอาสา ได้เดินทางไปวัดจากแดง ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อบริจาคขวดพลาสติกใส PET ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมภาชนะพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารเดลิเวอรี่ ขวดบรรจุเครื่องดื่มชนิดใสและชนิดขุ่น ถุงพลาสติกที่ใช้ใส่เครื่องดื่ม อาหาร หรือห่อหุ้มพัสดุ ที่ผ่านการใช้งานแล้ว หลอดกาแฟ แก้วน้ำ ช้อนส้อม และกล่องนม UHT กล่องข้าว จานโฟมใส่อาหารที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยจิตอาสาได้เก็บรวบรวมเพื่อให้ทางวัดได้นำไป Upcycling เป็นวัสดุใหม่ ได้แก่ ผ้าจีวรนาโน, ชุด PPE, น้ำมันเชื้อเพลิง, กุฏิสงฆ์, อาคารเรียน, อิฐปูพื้น ฯลฯ พร้อมกันนี้ได้ร่วมบริจาคเงินกับทางวัดเพื่อใช้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สืบไป วัดจากแดงปัจจุบัน มีพระภิกษุชาวไทยและต่างชาติ ประมาณ 60 รูป ปกติทางวัดได้เปิดโครงการศึกษาพระไตรปิฎกให้กับพระภิกษุ นักบวช ฆราวาส อุบาสก และอุบาสิกา ทั้งชาวไทยและต่างชาติ (เอเชีย ยุโรป) รวมกว่า 400 รูป/คน ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์



จีวรนาโน (จีวรรีไซเคิล)
การผลิตจีวรรีไซเคิลจะใช้ขยะขวดพลาสติก PET ชนิดใส ขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 15 ขวด ผลิตผ้าจีวรได้ จำนวน 1 ผืน หากผลิตผ้าไตรจีวร จำนวน 1 ชุด จะใช้ขวด PET จำนวน 60 ขวด ทั้งนี้ จีวรรีไซเคิลที่วัดจากแดง นับเป็นจีวรรีไซเคิลผืนแรกของประเทศไทย ที่ใช้นวัตกรรมแปรรูปเม็ดพลาสติกด้วยนาโนเทคโนโลยี ในกระบวนการผลิตเป็นเส้นใย เพื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าบังสุกุลอย่างดี ส่วนการย้อมสีราชนิยม ก็เป็นไปตามพระวินัย ตามกิจของพระสงฆ์ มีทั้งผ้า 5 ขันฑ์ (ชิ้น) 9 ขันฑ์ (ชิ้น) และสังฆาฎิ 2 ชั้น ซึ่งการผลิตนี้เป็นไปตามหลักพุทธบัญญัติทุกประการ โครงการจีวรรีไซเคิล ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในโครงการ OUR Khung BangKachao ของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นโครงการที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ว่าควรสงวนพื้นที่บางกระเจ้าแห่งนี้ไว้ (คุ้มบางกะเจ้า เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้เมือง ล้อมรอบด้วยลำน้ำเจ้าพระยา อยู่ใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ ต.บางกะเจ้า ต.บางน้ำผึ้ง ต.บางกอบัว ต.บางกระสอบ ต.บางยอ และต.ทรงคนอง) เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวและคงความเป็นปอดของคนเมือง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ลมมรสุมจากอ่าวไทย จะพัดพาอากาศบริสุทธิ์ในพื้นที่แห่งนี้เข้าไปไล่อากาศเสียในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาปีละ 9 เดือน มูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานกับหลายภาคส่วนร่วมกันเป็นภาคีเครือข่าย มุ่งเน้นการพัฒนา 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำ การจัดการขยะ การส่งเสริมอาชีพ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2561-2566 โครงการฯ มีเครือข่ายภาคีเพิ่มขึ้นเป็น 113 องค์กร

วัดจากแดงนอกเหนือจากจะเป็นศาสนสถานสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแล้ว ทางวัดได้เปิดหลักสูตรอบรมพระปริยัติธรรมให้กับพระภิกษุสามเณร และพุทธบริษัททั่วไป ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สเปน โปรตุเกส อินโดนีเซีย ศรีลังกา พม่า จีน กัมพูชา ลาว เวียดนาม เป็นต้น พุทธศานิกชนสามารถร่วมอุปถัมภ์การเรียนพระปริยัติของพระภิกษุ สามเณร ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักราษฎร์บูรณะ ชื่อบัญชี สำนักศาสนศึกษาวัดจากแดง เลขที่บัญชี 083 377873-0
นอกจากนี้ ทางวัดกำลังจัดทำโครงการก่อสร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎกจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งจะเป็นอาคารต้นแบบที่ส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้วัสดุในการก่อแบบรักษ์โลก สามารถร่วมทุนสนับสนุนการสร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎกได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาพระประแดง เลขที่บัญชี 193-2-83107-2 ชื่อบัญชี วัดจากแดง
การดำเนินโครงการร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 32
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 สืบเนื่องจากนโยบายของภาครัฐในการลดขยะพลาสติกที่กำลังเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมของไทย ประกอบกับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย ภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆและขอให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ใช้นโยบาย Work from home เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงเป็นผลให้พฤติกรรมในการบริโภคของประชากรส่วนใหญ่เปลี่ยนไป ผู้คนในวัยทำงานและวัยกำลังศึกษานิยมสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่กันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกและโฟมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ดร.ประสิทธิ์ และทีมงานจิตอาสา จึงได้ร่วมกันดำเนินการเก็บ รวบรวม และคัดแยกขยะขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติก กล่องนม และกล่องโฟมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน นำไปบริจาคที่วัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเข้าสู่กระบวนกำจัดขยะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และยังเป็นการทำให้ขยะเหล่านี้กลายเป็นผลผลิตใหม่ (Recycle) ที่นำกลับมาให้ใช้งานได้จริง ขยะพลาสติกจำพวกถุงพลาสติก ขวดพลาสติกขุ่น หลอดกาแฟ แก้วพลาสติก ที่ไม่สามารถนำมา recycle ได้อีก ก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) แปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในรถยนต์และเครื่องจักรกลทางการเกษตรของวัดจากแดง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานให้กับคนยากจน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส (ส่วนใหญ่เป็นคนไทยและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมชนใกล้เคียงวัดจากแดง ปัจจุบันมีประมาณ 30 คน
โครงการนี้แม้เป็นโครงการเล็กๆ แต่ให้คุณประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพและชีวิตของคน พืช และสัตว์ ในระยะยาว เพราะวิถีชีวิตคนในเมืองที่มีความเร่งรีบและต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลาอยู่ทุกวัน ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะรณรงค์ให้ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ลดการใช้พลาสติกได้อย่างแท้จริง หากปล่อยให้ทางภาครัฐจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้เองตามลำพัง ด้วยวิธีการทำลายแบบฝังกลบ (ใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะขยะพลาสติกจะย่อยสลาย) ซึ่งอาจทำให้เกิดการตกหล่นไปอุดตันในท่อระบายน้ำ หรือไปตกหล่นอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้เกิดแหล่งเพาะเชื้อโรค ขยะบางส่วนจะถูกกำจัดโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง เช่น เทกองรวมกัน การเผาในเตาแบบไม่มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ การเผากำจัดกลางแจ้ง เป็นต้น สุดท้ายจะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) และทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา เมื่อเวลาผ่านไปยาวนาน จะก่อให้เกิดธรรมชาติที่ผิดเพี้ยนไป ในที่สุดจะส่งผลกระทบทางลบต่อชีวิตสัตว์ พืช และมนุษย์ ให้ดำรงชีวิตได้อย่างลำบากมากขึ้น
ประธานมูลนิธิและทีมงานจิตอาสา จึงมีความตระหนักและเห็นคุณค่าการทำประโยชน์เพื่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยยืนหยัดที่จะทำต่อไป อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างไม่มีคำว่า สิ้นสุด เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงก็คือพวกเราทุกคน
ปัจจุบัน ทางวัดจากแดงก็ได้เปิดโครงการ ส่งขยะกลับบ้าน โดยเปิดรับบริจาค เสื้อผ้าเก่า ผ้าขาดที่ใช้ไม่ได้แล้ว ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ถุงเท้า ชุดชั้นในเก่า,เก่า เพื่อจะนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลเส้นใยแล้วนำไปฟอกย้อมเพื่อนำกลับมาใช้ผลิตเสื้อผ้าใหม่ ท่านใดสนใจจะส่งขยะเหล่านี้กลับบ้าน สามารถติดต่อกับทางวัดได้โดยตรง

หมายเหตุ สำหรับจิตอาสาท่านใดที่ประสงค์จะร่วมบริจาคขยะพลาสติกที่ใช้งานแล้ว กล่องนม ขวดพลาสติกที่ใส่เครื่องดื่ม จานโฟมใส่อาหาร หรือห่อผลไ้ม้ ล้างน้ำเปล่าและผึ่งลมให้แห้ง สามารถจัดส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไปที่ วัดจากแดง ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้โดยตรง ทางวัดจากแดงมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและเปิดรับบริจาคทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ ในช่วงฤดูฝนก็สามารถขับรถไปบริจาคได้ (ไม่เปียก) เพราะปัจจุบันทางวัดได้สร้างหลังคาคลุมลานเอนกประสงค์อยู่ด้านหน้าอาคารวัฏสสารและที่รับบริจาคไว้แล้ว
มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถานที่ติดต่อ :
288/52 อาคารมูลนิธิ มสวท. ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
Tel. +66(0) 2552-5200 Fax. +66(0) 2551-4422 Email : thaifstt@gmail.com
Copyright © 2008-2015 หากมีปัญหาในการรับชมกรุณาติดต่อ Webmaster ที่ admin@thaifstt.org